6 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านตามสไตล์แม่บ้าน ให้เข้ากับยุค กับเศรษฐกิจแบบนี้ !!

6 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านตามสไตล์แม่บ้าน

6 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านตามสไตล์แม่บ้าน

 

จะเป็นแม่บ้านมือหนึ่งยุคนี้ ต้องไม่ใช่แค่ปัดกวาดเช็ดถูสะอาดเอี่ยมอ่องเท่านั้น แต่ต้องฉลาดหลักแหลมรอบด้านด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด เรามีวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านตามสไตล์แม่บ้าน 2020 มาฝากกัน

วิธีที่ 1 ประหยัดไฟฟ้าอย่างเคร่งครัด

ค่าไฟฟ้าถือเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตของหลายๆ บ้านเลยทีเดียว ดังนั้นการช่วยกันประหยัดไฟฟ้าอย่างเคร่งครัดจึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยวิธีประหยัดไฟฟ้าก็มีหลากหลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปิดไฟดวงที่ไม่ใช้งาน ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้งาน เลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซ้นส์ เปิดแอร์เท่าที่จำเป็น ไม่เปิดตู้เย็นบ่อย หรือรีดผ้าครั้งละมากๆ 

วิธีที่ 2 ซื้อของแบบยกแพ็ค

การซื้อของแบบยกแพ็คช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายกว่าการซื้อทีละชิ้น เพราะทำให้ได้ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นที่ถูกลง โดยวิธีนี้เหมาะสำหรับการซื้อข้าวของที่ใช้เป็นประจำ เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำมันพืช เป็นต้น

วิธีที่ 3 จับจ้องของเซลและโปรโมชั่น

ของถูกและดีก็มีอยู่ในโลก ดังนั้นจึงควรจับจ้องการลดราคาสินค้าหรือโปรโมชั่นต่างๆ อย่างซื้อ 1 แถม 1 เอาไว้ให้ดีเพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเจอของถูกและดีที่ต้องใช้เป็นประจำ ขอแนะนำให้รีบซื้อกักตุนไว้เลย

 

6 วิธีประหยัดค่าใช้จ่ายในบ้านตามสไตล์แม่บ้าน

 

วิธีที่ 4 ลดการกินข้าวนอกบ้าน

ลดการกินข้าวนอกบ้านเท่ากับเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพราะการกินข้าวนอกบ้านอย่างน้อยๆ ก็ต้องเริ่มต้นที่หลักร้อย ลองเปลี่ยนมาทำอาหารกินเองที่บ้านดีกว่า ทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย มั่นใจได้ในเรื่องความสะอาด แถมยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

วิธีที่ 5 ปลูกพืชผักไว้กินเอง

ในเมื่อจะลงมือเข้าครัวทำอาหารเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ก็อย่าลืมปลูกพืชผักสวนครัวไว้กินเองด้วยเลย ลองเลือกปลูกเป็นผักที่ชอบกินกันเป็นประจำ ปลูกง่าย ดูแลง่าย รับรองว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้ และมั่นใจได้ว่าสะอาดปลอดสารพิษแน่นอน

วิธีที่ 6 ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก

ลองสำรวจดูว่าสิ่งไหนบ้างที่ไม่จำเป็นแล้วตัดออก เช่น หากคุณไม่ค่อยอยู่บ้าน จึงไม่ค่อยได้ใช้อินเตอร์เนตหรือเคเบิ้ลทีวี ก็อาจยกเลิกบริการไปหรือเลือกใช้แพ็คเกจการใช้งานที่น้อยลง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายลดลง หรืองดการซื้ออาหารที่ไม่มีประโยชน์อย่างน้ำอัดลมหรือขนมกรุบกรอบ วิธีนี้นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในบ้านแล้ว เชื่อสิว่าน้ำหนักคุณก็จะลดลงตามไปด้วย

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : praewwedding.com

เรื่อง : ONJIRA

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อการสวมแหวนแต่งงาน ทำไมต้องนิ้วนางข้างซ้าย ?

ความเชื่อการสวมแหวนแต่งงาน ทำไมต้องนิ้วนางข้างซ้าย ?

ความเชื่อการสวมแหวนแต่งงาน ทำไมต้องนิ้วนางข้างซ้าย   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อ “การสวมแหวนแต่งงาน ทำไมต้องนิ้วนางข้างซ้าย” การสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางข้างซ้ายนั้นทำต่อๆ กันมาหลายยุคหลายสมัย แต่ใครจะรู้ว่ามีที่มาอย่างไรทำไมถึงต้องสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายด้วย แต่ละความเชื่อก็มีที่มาแตกต่างกันไป อันนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกเชื่อแบบไหน   ความเชื่อแรกเชื่อว่าประเพณีการสวมแหวนแต่งงานมีมานานกว่า 2,800 ปีก่อนคริสตกาลแล้ว โดยขาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่า ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเรามีเส้นเลือดที่แล่นตรงเข้าสู่หัวใจ และได้ตั้งชื่อเส้นเลือดดังกล่าวว่า “เวนา อมอริ” ซึ่งเป็นภาษาละติน หมายถึง เส้นเลือดแห่งความรัก จึงมีความคิดที่จะสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย เชื่อกันว่าการสวมแหวนที่นิ้วนางจะทำให้อำนาจของความรักผ่านเข้าสู่หัวใจของผู้สวมใส่ได้ หรือในสมัยยุคกลางของยุโรป ชาวคริสต์ที่แต่งงานกันจะสวมแหวนตั้งแต่ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางข้างซ้าย เพื่อระลึกถึงพระบิดา พระบุตร พระจิต แต่เมื่ออำนาจของคริสตจักรเสื่อมถอยลง คู่แต่งงานเหลือเพียงการสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายนิ้วเดียว เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปก็เปลี่ยนความเชื่อใหม่ว่า นิ้วกลางแทนตัวคู่สมรส นิ้วโป้งแทนพ่อแม่ นิ้วชี้แทนพี่น้อง นิ้วก้อยแทนลูก สุดท้ายคือนิ้วนางแทนคู่ชีวิต     บ้างก็มีการทดสอบความมหัศจรรย์ของนิ้วนาง โดยการพนมมือขึ้น แล้วงอนิ้วกลางลงเข้าข้างใน ให้หลังนิ้วกลางทั้ง 2 ข้างชนกัน ส่วน 4 นิ้วที่เหลือ คือ […]

สีเสื้อมงคลปี 2563 เสื้อสีไหน ใส่แล้วถูกโฉลก โชคดี รับทรัพย์ไม่ขาดมือ !!

สีเสื้อมงคลปี 2563 เสื้อสีไหน ใส่แล้วถูกโฉลก โชคดี รับทรัพย์ไม่ขาดมือ !!

สีเสื้อมงคลปี 2563 เสื้อสีไหน ใส่แล้วถูกโฉลก   เชื่อว่าเรื่องของดวง ความโชคดี โชคลาภ-เงินทองเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร และถ้าใครไม่เชื่อก็ห้ามลบหลู่เด็ดขาด รวมไปถึงการเลือกใส่เสื้อตาม สีเสื้อมงคล ในทุกๆ วันก็มีส่วนที่จะช่วยให้เรานั้นโชคดีโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ เช่นเดียวกันกับงานอีเว้นท์ต่างๆ ถ้าหากทางผู้จัดได้กำหนดสีเสื้อมงคลให้กับบรรดาเหล่าสต๊าฟได้ใส่ในแต่ละวัน งานอีเว้นท์นั้นๆ ก็อาจจะปัง มีคนเข้าบูธแบบล้นหลามก็เป็นไปได้นะ แต่ถ้าหากผู้จัดคนไหนกำลังสงสัยว่า จะมีสีมงคลสีไหนบ้างก็ไม่ต้องห่วง เพราะซิปอีเว้นท์ของเราได้ทำตารางเสื้อสีมงคลไว้ให้แล้วสำหรับสต๊าฟใส่ในงานอีเว้นท์ต่างๆ แล้วเรียบร้อย     สีมงคลประจำวันจันทร์ (Monday’s Choices) การงาน: สีชมพู, สีเขียว, สีฟ้า โชคลาภ-เงินทอง: สีส้ม, สีเหลืองแก่ สีที่ห้ามใส่เด็ดขาด: สีแดง   สีมงคลประจำวันอังคาร (Tuesday’s Choices) การงาน: สีม่วง, สีดำ, สีเทา, สีแดง โชคลาภ-เงินทอง: สีน้ำตาล สีที่ห้ามใส่เด็ดขาด: สีขาว, สีเหลือง   สีมงคลประจำวันพุธ (Wednesday’s Choices) การงาน: […]

ต้นรวยไม่เลิก ไม้ประดับพารวย ต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ

ต้นรวยไม่เลิก ไม้ประดับพารวย ต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ

ต้นรวยไม่เลิก ไม้ประดับพารวย ต้นไม้มงคลเสริมโชคลาภ   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพามาทำความรู้จักกับ ไม้ประดับพารวย ในยุคที่ทำงานหาเงินอย่างเดียวไม่มีทางรวยได้ คนไทยอย่างเรา ๆ ก็มักจะไปขอโชคลาภเผื่อว่าวันใดวันหนึ่งจะมีบุญวาสนาได้ดิบได้ดีกับเขาบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นทางเสี่ยงดวงจากลอตเตอรี่ทุกๆ 2 วันของเดือน แต่แน่นอนว่าการมูเตลูไม่ได้ช่วยทุกคนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังนั้นทุกคนจึงหาที่พึ่งเพื่อเสริมดวงกันในหลายแนวทาง จนมาถึงต้นไม้พันธุ์หนึ่งที่เรียกได้ว่ามูกันหนักมาก ไปจนถึงการตั้งชื่อที่บ่งบอกประโยชน์ของต้นไม้นั้นได้อย่างตรงไปตรงมาเลยทีเดียว ซึ่งจะเป็นต้นไหนไปไม่ได้นอกเสียจาก ต้นรวยไม่เลิก     ต้นรวยไม่เลิก ไม้ประดับพารวย ต้นรวยไม่เลิก หรืออีกชื่อคือ ว่านรวยไม่เลิก นับว่าเป็นพืชไม้อวบน้ำตระกูลเดียวกันกับดอกลิลลี่ไปจนถึงต้นบอระเพ็ด ลักษณะส่วนหัวจะกลมสีเขียวอมขาว ส่วนใบจะเรียวยาวอวบเป็นรูปหอกทำให้ปลายใบดูแหลม ลำต้นจะสูงไม่เกิน 30 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 5 เมตรเมื่อโตเต็มที่ ที่สำคัญคือเป็นต้นไม้ประดับที่ไม่มีผล มีเพียงดอกเท่านั้น แต่ขอบอกเลยว่าต้นที่มีความเชื่อเรื่องโชคลาภแบบนี้ ต้นรวยไม่เลิกออกดอกหมายถึง การมีโชคลาภ ยิ่งออกดอกมากเท่าไหร่ผู้ปลูกก็เหมือนได้รับโชคมากขึ้นเท่านั้น หนำซ้ำยังมี คาถาบูชา ต้นรวยไม่เลิก ที่ใช้ในการปลูกและขณะรดน้ำต้นไม้อีกด้วย เป็นการท่อง นะโม 3 จบแล้วต่อด้วยการท่อง “มหาลาโภ โหตุ ภวันตุเม” ทั้งหมด 3 จบก็เป็นอันเสร็จพิธีการเสริมดวง     ต้นรวยไม่เลิก นั้นดูแลง่ายมาก ๆ […]

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้     “บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?” การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ” คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า “แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้” การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่ วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์” การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ) 2. การเจริญปัญญา การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” […]