กรรมของ ”คนตอแหล” นินทาว่าร้ายผู้อื่น คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับกรรมที่ทํากับเขาไว้

กรรมของ ”คนตอแหล” นินทาว่าร้ายผู้อื่น

กรรมของ ''คนตอแหล'' นินทาว่าร้ายผู้อื่น

กรรมของ ”คนตอแหล” นินทาว่าร้ายผู้อื่น

“คำพูด” เรื่องเล็กๆที่ใครก็ทำได้ ใครพูดดีก็จะเกิดผลดีแก่ตัว ส่วนใครพูดชั่วก็จะมีแต่เรื่องชั่วๆเข้ามาในชีวิต ทั้งนี้ คนที่ชอบพูดไม่ดี ชอบโกหก นินทาว่าร้ายผู้อื่น พูดกระทบกระแทก พูดจาหยาบคาย คิดว่าตนเองเป็นใหญ่ ฉลาดเหนือกว่าผู้อื่น ไม่มีความจริงใจ หรือเรียกภาษาชาวบ้านง่ายๆ ว่าเป็น “คนตอแหล” ต้องรีบมาอ่านเลยนะ! เพราะในบทความนี้ GangBeauty จะพาเพื่อนๆไปเปิดผลกรรมของ “คนที่ชอบตอแหล โกหก นินทาว่าร้ายผู้อื่น” สำหรับใครที่เป็นคนพูดจาไม่ดี พูดไม่คิด ชอบใส่ร้ายคนอื่น ห้ามพลาดเลยนะ เพราะผลกรรมที่จะกล่าวต่อไปนี้ มันจะทำให้คุณเปลี่ยนพฤติกรรมไปตลอดชีวิต !!!

 

กรรมของ ''คนตอแหล'' นินทาว่าร้ายผู้อื่น

 

ผลกรรมที่เห็นได้ชัดของผู้ที่ชอบตอแหลในชาตินี้ ก็คือ ปากของผู้นั้น จะดูผิดรูปร่าง ปากเหม็น ระบบปาก ลิ้น คอ จะมีปัญหา บางครั้งจะมีอาการเจ็บปาก ปากแห้งง่าย ลิ้นเป็นแผล ฟันหักหลุดร่วงง่าย เสียงแหบพร่า ร้ายแรงที่สุดคือเจาะคอ นอกจากนี้ เวลาพูดอะไรออกไปก็จะไม่มีคนเชื่อถือ ไม่มีใครสนใจ และมักจะไม่ประสบความสำเร็จ ตลอดจนในชีวิตมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งอยู่ทุกครั้ง ทั้งจากครอบครัว เพื่อน เรียกได้ว่าไม่หยุดไม่หย่อนกันเลยทีเดียว

 

กรรมของ ''คนตอแหล'' นินทาว่าร้ายผู้อื่น

 

ในทางพระพุทธศาสนา เชื่อว่าผู้ที่ชอบพูดว่าร้ายให้ผู้อื่น เมื่อตายไปแล้ว จะไปเกิดเป็นสัตว์นรกในขุมที่ 4 ที่ชื่อว่า “โรรุวมหานรก” โดยในนรกขุมนี้ เต็มไปด้วยเสียงร้องครวญอย่างน่าเวทนา ไม่หยุดไม่หย่อนราวกับเมื่อครั้งที่เป็นมนุษย์ ที่ได้ไปทะเลาะ นินทาว่าร้าย ไม่หยุดไม่หย่อนเช่นกัน โดยสัตว์นรกในขุมนี้ จะได้รับความทรมานจากการถูกไฟนรกแผดเผาร่างกาย จนต้องกรีดร้องด้วยความทรมาน ดังลั่นทั่วขุมนรก และจะต้องอยู่ในขุมนี้นานนับ 4,000 ปีนรก

 

 

สำหรับวิธีการหลุดพ้นจากความทรมานนี้ ต้องเริ่มที่ตัวของเราเองเป็นอันดับ ด้วยการเลิกเป็นคนตอแหล หยุดว่าร้าย นินทา พูดจาหยาบคาน หาเรื่องจิกกัดผู้อื่น ควรที่จะหมั่นรักษาศีล 5 คิดดีทำดีพูดดี ทำจิตใจให้สงบผ่องใส เพียงเริ่มปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้ เชื่อว่าชีวิตจะสงบสุข ปราศจากความทุกข์ และได้รับผลบุญที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

 

 

 

*เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน*

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

ขอบคุณแหล่งที่มา :  gangbeauty

ขอบคุณ ภาพสวยๆ จาก :  Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

5 เครื่องดื่ม "ช่วยในการนอนหลับ" ดื่มก่อนนอนทำให้หลับสบายตลอดทั้งคืน !!

5 เครื่องดื่ม “ช่วยในการนอนหลับ” ดื่มก่อนนอนทำให้หลับสบายตลอดทั้งคืน !!

5 เครื่องดื่ม “ช่วยในการนอนหลับ” ใครมีอาการนอนไม่หลับบ่อยๆบ้าง ? วันนี้  เลขเด็ดออนไลน์  มาแนะนำ 5 เครื่องดื่มช่วยบรรเทาอาการนอนหลับ เพื่อดื่มก่อนนอนก็สามารถช่วยทำให้ผ่อนคลาย และรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ที่สำคัญทำให้เราหลับง่ายขึ้นด้วย   1.นม เครื่องดื่มที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งได้ดื่มแบบอุ่นๆ ยิ่งทำให้ผ่อนคลายสบายท้อง ในนมมีทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้เราผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด ทำให้นอนหลับสบาย ดังนั้นหากตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่เคยส่งเข้านอนด้วยนมอุ่นๆ 1 แก้ว ถือว่าเป็นเรื่องดีสุดๆ เลยล่ะ ซึ่งก็สามารถเลือกดื่มได้ทั้งนมวัว และนมถั่วเหลือง ตามใจชอบเลย และในการเลือกดื่มนม เราควรเลือกเป็นนมอุ่น จะรู้สึกผ่อนคลายหลับสบายกว่านมเย็นและควรเลือกนมจืดเพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มน้ำตาลให้กับร่างกายโดยไม่จำเป็นก่อนนอน ที่สำคัญอย่าลืมแปรงฟันหลังดื่มนมด้วย   2.ชาดอกคาโมมายล์ ในประเภทของชา เราแนะนำดื่มชาคาโมมายล์ ซึ่งน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสุดๆ เพราะอย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าดอกคาโมมายล์มีคุณสมบัติที่ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อและเส้นประสาท มีการออกฤทธิ์คล้ายยาระงับประสาท และช่วยผ่อนคลายจิตใจให้รู้สึกสบาย ทำให้นอนหลับง่ายขึ้นได้ ซึ่งเป็นผลมาจากสารต้านอนุมูลอิสระ flavonoid apigenin ที่อยู่ในชานั่นเอง จึงทำให้ร่างกายผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ยิ่งถ้าเป็นชาที่ทั้งอุ่นทั้งหอม ถ้าได้ดื่มก่อนนอนก็จะทำให้สบายท้องนอนหลับสบายมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัว   3.โกโก้ร้อน โกโก้ร้อน […]

4 คติความเชื่อคนโบราณ เกี่ยวกับเด็ก ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

4 คติความเชื่อคนโบราณ เกี่ยวกับเด็ก ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

4 คติความเชื่อคนโบราณ เกี่ยวกับเด็ก ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้   วันนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ ที่เล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณ มาให้อ่านกัน สมัยโบราณแต่ละบ้านมีลูกมาก และพ่อแม่ต้องทำมาหากินไม่มีเวลาดูแล ภาระต้องอยู่กับพี่คนโตจะต้องแบ่งเบาภาระดูแลน้อง ๆ จะดูแลดีแค่ไหน แต่ไม่วายส่งผลให้เกิดปัญหา เด็กเล็กบางรายได้รับบาดเจ็บ และบางรายเสียชีวิต ฉะนั้นคนโบราณได้ออกอุบายผ่านคติความเชื่อสั่งสอนไว้ป้องกันเด็กได้รับอันตราย จริงหรือไม่   การตัดสายสะดือเด็ก ควรตัดโดยผิวไม้ไผ่ และเชื่อว่าควรตัดให้เหลือจากสะดือ ห้ามเหลือสายสะดือสั้นเกินไปเด็กจะเป็นคนใจร้อน ความจริงสรุปได้ไหมยังไม่มีการพิสูจน์ ส่วนเรื่องรกและสายสะดือ เด็กทารกในครรภ์มารดาจะใช้รับอาหารจากแม่ทางสายสะดือที่ผ่านรกการตัดรกเด็ก ควรให้แพทย์หรือพยาบาล แต่คนโบราณหมอตำแยจะเป็นผู้ตัดเมื่อคลอดเพราะมีความรู้ความเชี่ยวชาญ   ห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารัก สมัยก่อนโอกาสเด็กทารกจะรอดชีวิตน้อยมากเพราะ ขาดความรู้เรื่องการเลี้ยงดู บางครอบครัวเจอปัญหาเด็กทารกหาย จนมีคติความเชื่อคนโบราณว่าห้ามทักเด็กทารกว่าน่ารักเพราะผีจะเอาตัวไป และแก้เคล็ดโดยเปลี่ยนคำพูดว่า น่าชัง หรือน่าเกลียดแทน ผีจะไม่มาเอาตัวเด็กไป ความเชื่อนี้คนโบราณบางกลุ่มสร้างเป็นอุบายกันไม่ให้คนร้ายมารักพาตัวเด็กไปจากแม่   นำน้ำปัสสาวะเด็กกวาดลิ้นแก้ฝ้าขาว เมื่อมีการดูดนมแม่เป็นเรื่องธรรมดาที่ลิ้นเด็กจะเหลือคราบเป็นฝ้าขาวติดลิ้น คนโบราณจะใช้ผ้าอ้อมเด็กที่เปียกฉี่เด็ดกวาดลิ้นเด็ก ฝ้าขาวจะหาย ในทางการแพทย์ฉี่เด็กคือของเสียที่เด็กขับออกจากร่างกาย เป็นอันตรายไม่ควรทำ   รักษาโรคซางในเด็กโดยจิ้งจก โรคซางในเด็ก ทางการแพทย์สมัยใหม่พบว่าพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงเด็กขาดความรู้เรื่องโภชนาการในเด็ก การไม่ได้รับนมแม่ที่มากพอในระยะแรกคลอด และชอบปล่อยให้เด็กรับประทานอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ทำให้อิ่ม จนไม่อยากรับประทานอาหารมื้อหลักจะส่งผลให้เด็กกินน้อย เบื่ออาหาร เด็กบางคนจะเป็นไข้ตัวร้อน ท้องเสียมีลักษณะพุงโรก้นปอด คนสมัยก่อนให้นำจิ้งจกที่มีขนาดเล็กตัวเป็น ๆ […]

วันแบ่งฤดู ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

วันแบ่งฤดู ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

วันแบ่งฤดู ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อของชาวญี่ปุ่นเรื่อง “วันแบ่งฤดู” มาให้อ่านกัน.. ประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีฤดูกาล 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งแต่ละฤดูก็มีความสวยงาม ความน่ารักอันเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งตามปฏิทินทางจันทรคติถือเป็นวันที่แบ่งฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิออกจากกัน ดังต่อไปนี้   วันที่ 3 เซทสึบุน (Setsubun) วันแบ่งฤดู วันที่ 4 ริชชุน (Risshun)วันเริ่มต้นของฤดูใบไม่ผลิ             ในทุกๆวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกๆปี จะเป็นวันเซทสึบุนตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่นจะมีประเพณีมาเมมาคิ (Mamemaki) หรือ ประเพณีการโปรยถั่วเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจออกไปและต้อนรับฤดูใบไม้ผลิใหม่ที่จะมาถึง โดยประเพณีดังกล่าวมักนิยมทำกันตามวัดพุทธ และวัดชินโต ขณะโยนถั่วออกนอกบ้านว่าโอนิ วะโซโตะ แปลว่า สิ่งอัปมงคลทั้งหลาย จงออกไปและจะโยนถั่วจากข้างนอกเข้าไปในบ้าน และตะโกนว่า ฟุกุ สะ อุจิ แปลว่าความเป็นสิริมงคลจงเข้ามา นอกจากนี้ยังมีการร่ายรำรับพร ฯลฯ […]

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย คุณไสย โจ !!

โจ ความเชื่อแห่งป้องกันลักขโมย   โจ เป็นตัวอย่างของความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์ ที่ทำขึ้นเพื่อใช้ป้องกันปัญหาการ ลักขโมยผลไม้ในสวนเนื่องจากการแขวนโจที่ต้นไม้จะเป็นการบอกให้รู้ว่าได้มี การกำกับคาถาอาคมไว้ หากผู้ใดเก็บผลไม้จากต้นที่มีการแขวนโจไปรับประทาน จะทำให้เจ็บป่วย เกี่ยวกับโรคทางเดินอาหารในลักษณะต่าง ๆ เช่น ปวดท้อง ท้องบวม ท้องป่อง โดยไม่รู้สาเหตุ และตายในที่สุดจากอิทธิฤทธิ์ของคาถาอาคมที่ลงกำกับไว้ ซึ่งมักเป็นภาษาขอมโบราณ ในการทำพิธีกรรมใช้ผ้าขาว ดอกไม้และธูปเทียน ตั้งพิธี บริกรรมคาถาลงอักขระกำกับในของที่ใส่ หลังจากนั้นห้ามเข้าในสวนที่มีโจอยู่ มีกำหนด ๓-๗ วัน ในอดีตการนำโจไปแขวนตามต้นไม้ที่มีผลไม้รอการเก็บ สามารถลดปัญหาการถูกลอบเก็บผลไม้เป็นอย่างดี แต่ปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวลดลง เนื่องจากกระแสสังคมสมัยใหม่ การใช้โจแขวนตามต้นไม้จึงสามารถ พบเห็นได้เฉพาะในท้องถิ่นห่างไกลบ้างประปราย โจ เป็นวัตถุทางไสยศาสตร์ที่ทำจากวัสดุทรงกระบอก หรือทรงกลมภายในบรรจุด้วยหมากพลู ๓ คำ ห่อด้วยผ้าขาวผูกด้วยผ้าแดง กากบาทด้วยปูนแดงที่ใช้กินหมาก และมีการว่าคาถาอาคมกำกับ นำไปแขวนไว้ตามกิ่งไม้ ของต้นไม้ที่ต้องการ ซึ่งมักมีผลไม้รอการเก็บ เกี่ยวผล เช่น เงาะ มังคุด ส้มโอ ละมุด เป็นต้น หรืออาจนำโจฝังดิน โดยใช้ไม้ปักบนต้น ๓ อัน […]