เสริมสิริมงคล 7 ฮวงจุ้ยการจัดห้องพระ การจัดห้องพระให้ถูกต้อง ทำแบบนี้สิ ดีแน่นอน !!

เสริมสิริมงคล 7 ฮวงจุ้ยการจัดห้องพระ

เสริมสิริมงคล 7 ฮวงจุ้ยการจัดห้องพระ การจัดห้องพระให้ถูกต้อง

ทุกบ้าน และ คอนโด ย่อมมีห้องพระ หรือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ไว้สำหรับเคารพบูชา เพื่อช่วยเพิ่มความสบายใจ และเสริมสิริมงคล ซึ่งตำแหน่งการจัดวางก็มีความสำคัญไม่น้อย โดยครั้งนี้ เราจึงนำฮวงจุ้ยการจัดห้องพระมาฝากเพื่อนๆ กัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคลกันด้วยนะครับ

 

1. ห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน

พระถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่สูง และควรให้ความเคารพบูชา ซึ่งหากอยู่ต่ำกว่าผู้อยู่อาศัย อาจมีการเดินข้าม ซึ่งนั้นก็จะทำให้ไม่เป็นสิริมงคลแก่ผู้อยู่อาศัยอย่างแน่นอน ดังนั้นหิ้งพระจึงควรอยู่ที่ชั้นบนสุดของบ้านครับ จึงจะถือว่าเหมาะสมที่สุด

 

 ห้องพระควรอยู่ชั้นบนสุดของบ้าน

 

2. ห้องพระไม่ควรติดกับห้องน้ำหรือใช้ผนังเดียวกัน

ตามหลังฮวงจุ้ย ห้องน้ำคือธาตุน้ำ และ ห้องพระคือธาตุไฟ  การที่นำมาอยู่ใกล้จะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์นั้น เสื่อมลง เนื่องจากน้ำจะบั่นทอนไฟไปเรื่อยๆ นั้นเอง อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าจะทำให้เงินทองรั่วไหลอีกด้วยครับ หากเพื่อนๆ มีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Infinity Design ผ้าม่าน แนะนำให้หาตู้มากั้นบริเวณด้านหลังหิ้งพระ หรือจะใช้เป็นไม้แผ่นก็ได้เช่นกัน เพื่อช่วยกั้นไม่ให้ธาตุน้ำและธาตุไฟอยู่ใกล้กันครับ

ห้องพระไม่ควรติดกับห้องน้ำหรือใช้ผนังเดียวกัน

 

3. มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

สำหรับการไหว้พระจะต้องมีการจุดธูปเทียนเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแน่นอนว่าจะทำให้เกิดควันซึ่งหากบริเวณนั้น มีการถ่ายเทอากาศที่ไม่ดี ก็จะทำให้ควันรบกวนต่อผู้ที่ไหว้พระหรือปฎิบัติธรรมได้ แย่ไปกว่านั้นอาจจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างเพลิงไหม้ได้อีกด้วยครับ

มีการถ่ายเทอากาศได้ดี

 

4. ห้องพระควรเป็นมุมที่สงบ

แน่นอนว่าการเลือกตำแหน่งหรือห้องพระนั้น ควรมีความเป็นส่วนตัว  ไม่มีเสียงรบกวน และ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน  เนื่องจากการสวดมนต์ ไหว้พระนั้น ถือเป็นสิ่งที่ต้องการความสงบ และ สมาธิค่อนข้างมาก เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งรบกวนจิตใจในการไหว้พระ หรือ ปฏิบัติธรรมนั้นเองครับ

ห้องพระควรเป็นมุมที่สงบ

 

5. หันหน้าพระไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ทิศทางของหน้าหิ้งพระก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย โดยตามหลักฮวงจุ้ยการหันหน้าพระไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเป็นการช่วยเสริมสิริมงคลให้แก่ผู้ที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นด้านการงานและการเงิน สำหรับทิศที่ต้องห้ามที่ไม่ควรหันหน้าพระไปนั้นก็คือทิศตะวันตก เพราะมีความเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตตกต่ำไม่เจริญก้าวหน้านั้นเองครับ

หันหน้าพระไปทางทิศเหนือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

 

6. ต้องทำความสะอาดหิ้งพระอยู่เสมอ

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกันนั่นก็คือการดูแลเอาใจใส่ความสะอาดให้หิ้งพระในบ้าน สำหรับในเรื่องของการทำความสะอาดหิ้งพระ ซึ่งควรมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ  หากปล่อยให้สกปรกตามหลักฮวงจุ้ยมีความเชื่อว่าจะทำให้คนในบ้านมีการอาการเจ็บป่วยได้

ต้องทำความสะอาดหิ้งพระอยู่เสมอ

 

7. ตั้งองค์พระได้อย่างถูกต้อง

สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีการบูชาองค์พระหลายองค์นั้น ควรมีการจัดลำดับที่เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่อยู่อาศัยนั้นเอง โดยการจัดลำดับขององค์พระ สามารถจัดวางได้ดังนี้ครับ

 

1. พระพุทธรูป

2. พระอรหันต์

3. พระอริยสงฆ์

4. รูปเสมือนสมมติสงฆ์

5. พระบรมรูปพระมหากษัตริย์

6. เทพฮินดู

7. พระบรมสารีริกธาตุ

8. อัฐิ รูปบูชาของบรรพบุรุษ

9. ของขลังตามความเชื่อ

 

เสริมสิริมงคล 7 ฮวงจุ้ยการจัดห้องพระ

 

สรุป : ทั้งหมดนี้คือฮวงจุ้ยที่ดีที่สุดในการวางหิ้งพระภายในบ้านของเราครับ จะมีหิ้งพระที่เป็นสิริมงคลอยู่ภายในบ้านทั้งทีเราก็ควรจะทำให้ดีและเหมาะสม เพื่อนๆ ลองนำไปไปปรับใช้กันดูนะครับ เพื่อให้สิ่งดีๆ เข้าสู่บ้านของเราอย่างเต็มที่

 

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล โดย : livinginsider.com

ภาพสวยๆ จาก : Pixabay , livinginsider

เรื่องน่าสนใจ

โบราณว่าไว้ ชายหญิง ผู้มีกรรม สังเกตได้ จาก 7 ลักษณะนี้ เช็คเลย แม่นมากๆ !!

โบราณว่าไว้ ชายหญิง ผู้มีกรรม สังเกตได้ จาก 7 ลักษณะนี้ เช็คเลย แม่นมากๆ !!

โบราณว่าไว้ ชายหญิง ผู้มีกรรม สังเกตได้ จาก 7 ลักษณะนี้  วันนี้จะพาเพื่อนๆไป “เปิดกรรมของชายและหญิง ที่มีรูปร่างลักษณะไม่สวยงามเหมือนคนอื่น” โดยคนโบราณเชื่อกันว่า “ลักษณะตำนิ หรือ รูปร่างต่างๆ ที่ไม่สมดุลกันนั้น มีสาเหตุมาจากชาติที่แล้วได้สร้างกรรมไว้” ส่วนจะมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับว่า ใครได้สร้างกรรมไว้มากแค่ไหน ซึ่งสามารถดูได้จากลักษณะดังต่อไปนี้ ! โบราณว่าไว้ ชายหญิง ผู้มีกรรม สังเกตได้ จาก 7 ลักษณะนี้ 1. ชาตินี้ ผิวตกกระ ผิวพรรณไม่ผุดผ่อง เป็นหลุม ตั้งแต่เด็ก – ชาติก่อนเป็นคนโกรธง่าย แค้นเคือง พยาบาทอาฆาต เวลาโกรธแล้วแสดงอาการโกรธออกมาให้เห็น ขาดความอดกลั้น ไม่มีขันติ ไม่ถวายจีวร หรือให้เสื้อผ้าสวยๆ เป็นทานแก่คนอื่น   2. ชาตินี้หน้าตาจึงไม่งดงามหน้ามองดูเเปลก คิ้วบาง กามใหญ่ – ชาติก่อนเอ๊ะอะอะไรก็ชอบ “โมโหเป็นไฟ” การที่คนไหนมีวาสนาบารมีเหนือนางสนมทั้งหลายก็เพราะบุญจากที่นางไม่เป็นคนขี้อิจฉานั้นเอง   3. ชาตินี้ดวงตาจะไม่สวย ตาเหลือก […]

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้

รู้หรือไม่ ต่อให้เรารักษาศีลถึง 100 ปี ก็สู้การทำ 1 สิ่งนี้ไม่ได้     “บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไป ก่อนเมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว?” การเจริญภาวนานั้นเป็นการสร้างบุญสะสมไว้ที่ถือได้ว่าได้บุญบารมีมากที่สุด และยิ่งใหญ่ที่สุดในพระพุทธศาสนาถือว่า เป็นแก่นแท้และได้บุญสูงกว่าฝ่ายศีลมากนัก เพราะว่าการเจริญภาวนาเป็นการเน้นระงับการทำความชั่วทาง “ใจ” คือเป็นการซักฟอกจิตให้สะอาดบริสุทธิ์ พระพุทธองค์กล่าวเอาไว้ว่า “แม้จะรักษาศีล 227 ข้อให้ไม่ด่างพร้อยถึง 100 ปีก็สู้การทำสมาธิภาวนาเพียงแค่ชั่วไก่กระพือปีกหรือช้างกระดิกหูไม่ได้” การเจริญภาวนานั้นสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1. การทำสมาธิด้วยสมถะภาวนา การทำสมาธิแบบสมถะภาวนาคือ การกำหนดใจให้นิ่งกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่เป็นอารมณ์เดียว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตามขอให้เพียงแต่ใจอยู่นิ่งไม่ วอกแวกก็คือเป็นสมาธิ ถ้าเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดและคนไทยเราคุ้นเคยที่สุดก็คือ “การไหว้พระสวดมนต์” การกำหนดจิตด้วยการสวดมนต์นี้จะทำให้จิตนิ่งอยู่ที่บทสวดก็เรียกได้ว่าเป็นการทำสมาธิระดับต้นขั้นที่หนึ่ง (ขณิกสมาธิ) 2. การเจริญปัญญา การเจริญปัญญานั้นต่างไปจากความเป็นสมาธิ ตรงที่สมาธิเป็นเพียงการทำใจให้สงบนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งแต่เพียงอารมณ์เดียวแน่นิ่งอยู่อย่าง นั้นโดยไม่ได้นึกคิดอะไร แต่การเจริญปัญญา (คำพระท่านว่า วิปัสสนา) ไม่ใช่ทำให้แค่จิตใจตั้งมั่นอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเท่านั้น การเจริญปัญญานั้นเป็นการคิด “ใคร่ครวญ” […]

กราบไหว้ขอพร องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ ล้ง 1919 (LHONG) การงานมั่นคง มั่นมีเงินทอง

กราบไหว้ขอพร องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ ล้ง 1919 (LHONG) การงานมั่นคง มั่นมีเงินทอง

กราบไหว้ขอพร องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว   กราบไหว้ขอพร องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว การงานมั่นคง มั่งมีเงินทอง กราบไหว้ขอพร องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ ล้ง 1919 (LHONG) องค์นี้ คือองค์เจ้าแม่หม่าโจ้วที่มีพลังและความศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะได้ประดิษฐานอยู่คู่มาตั้งแต่ต้นตระกูลของผู้ดูแลรักษา และผู้ที่ได้อัญเชิญองค์เจ้าแม่หม่าโจ้วตั้งแต่เริ่มนั้น ต่อมาได้ประสบความสำเร็จความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่งเรียกว่า “มั่งมีพลัง มั่งคั่งความสำเร็จ” ลักษณะและวิธีการไหว้องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) 1. ปางจุ้ยบ๋วยเนี้ย หรือ ปางเด็กสาว ในอดีตคือช่วงยังเป็นเด็กสาว “องค์โม่เหนียง” (หลงหนี่ว์) ตำนานเล่าว่าท่านชอบปฏิบัติธรรม ในตอนเช้าจะไปเก็บน้ำค้างมารักษาผู้คน จุดสังเกตคือ ใบหน้าจะอ่อนเยาว์กว่าปางอื่นๆ และประทับอยู่ด้านซ้ายมือเรา ผู้มาสักการะจะขอพรเรื่องการเดินทางให้ราบรื่น ไร้อุปสรรค และมีความรักที่สดชื่น 2. ปางให่ตั้งหม่า หรือ ปางผู้ใหญ่ ในอดีตคือช่วงที่เป็นเซียนแล้วชื่อ “องค์เจ้าแม่หม่าโจ้ว” จุดสังเกตคือจะมีองค์ขนาดใหญ่ ประทับอยู่ตำแหน่งขวามือเรา นิยมขอพรเรื่องการค้าขาย เงินทอง ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง 3. ปางเทียนโหวเซี่ยบ้อ หรือ ปางเทพ ในอดีตคือตอนที่ได้ยกย่องเป็น “องค์เทียนโหวเซี่ยบ้อ” […]

คาถาบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อโต) พระทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

คาถาบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร (หลวงพ่อโต) พระทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

คาถาบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร พระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร หรือ หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย องค์พระสร้างขึ้นจากทองคำแท้ทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว สูง 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว (หรือประมาณ 3.04 เมตร) ได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คส์ในปี 2534 ให้เป็นพระพุทธรูปทองคำที่องค์ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นพระพุทธรูปที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ไปกราบไหว้บูชาขอพรเพื่อเสริมสร้างดวงชะตา กระทำกิจการงานเจริญรุ่งเรือง รวมถึงขอโชคลาภมงคลให้กับชีวิต คาถาบูชาพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร พระทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แห่ขอพรกันอย่างคึกคัก ประวัติความเป็นมา ลักษณะพุทธศิลป์ของพระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร จัดอยู่ในหมวดศิลปะสุโขทัย จึงสันนิฐานว่าองค์พระน่าจะถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยสุโขทัย และเป็นหนึ่งในพระสำคัญใจกลางเมืองสุโขทัยตามข้อความในศิลาจารึกหลักที่ 1 อย่างไรก็ดี เมื่อพระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากรปรากฏขึ้นอีกครั้งนั้น มีบันทึกว่าองค์พระมิได้เป็นทอง หากแต่เป็นปูนปั้นทั้งองค์ และลักษณะทางพุทธศิลป์ก็ไม่ได้งดงามนัก โดยประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดโชตินาราม หรือวัดพระยาไกรมาตั้งแต่ครั้งแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จนกระทั่งในปี 2474  วัดพระยาไกรขาดการดูแล จึงกลายเป็นที่ร้าง และถูกบริษัทอีสต์เอเชียติก จำกัดขอเช่าพื้นที่เพื่อสร้างโรงเลื่อย จึงมีการเคลื่อนย้ายองค์พระของวัดพระยาไกรไปประดิษฐานยังวัดอื่นๆ โดยองค์พระปูนปั้นถูกนำมาประดิษฐานที่วัดสามจีน […]