เกรี้ยวกราดตัวแม่! 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง มาดูกันว่าท่านหรือคนใกล้ชิด คือหนึ่งในนั้นหรือไม่ ?

4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง

4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง

เกรี้ยวกราดตัวแม่! 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง

ในช่วงนี้ดวงชะตาแต่ละราศีมีการเปลี่ยนแปลง โดยอาจเปลี่ยนแปลงทั้งในทางที่ดีและเปลี่ยนแปลงในทางที่ต้องระวัง

 

 

อาจารย์ออย เผยในเพจ ดวง 12 ราศี ถึง 4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง ความเกรี้ยวกราดนี้ไม่เคยปราณีใคร อย่าได้ไปคิดมีเรื่องกับ 4 ราศีนี้ เป็นพวกหัวร้อน ของขึ้นง่าย มักไม่ใช่คนที่หาเรื่องใครก่อน แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอยู่เฉยๆ ให้คนอื่นมาหาเรื่อง

4 ราศีที่หัวร้อน ต้องหนีให้ห่าง

 

สำหรับ 4 ราศีนี้ ประกอบด้วย ราศีพฤษภ ราศีสิงห์ ราศีเมษ ราศีมังกร

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูล โดย : teenee.com

เรื่องน่าสนใจ

พระอาทิตย์ทรงกลดความเชื่อมงคล

พระอาทิตย์ทรงกลดความเชื่อมงคล

พระอาทิตย์ทรงกลดความเชื่อมงคล   พระอาทิตย์ทรงกลด (Halo) มีหลักการเกิดเช่นเดียวกับดวงจันทร์ทรงกลด คือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดในบรรยากาศโลก เมื่อบรรยากาศระดับสูงมีเกล็ดน้ำแข็ง จำนวนมาก แสงจากดวงอาทิตย์ส่องไปกระทบ เกิดการสะท้อนและหักเหมาเข้าตา ผู้สังเกตบนโลกแต่เนื่องจากแสงอาทิตย์มีความสว่างจ้ามาก อาทิตย์ทรงกลดจึงไม่ได้มี เฉพาะแสงเรือง 1 วง หรือ 2 วงเท่านั้น บางครั้งอาจมีแสงเรือง เป็นแนวโค้ง หลากหลายรูปแบบปรากฏให้เห็นได้ จะเห็นได้ก็เฉพาะผู้ที่แหงนหน้ามองท้องฟ้าบ่อย ๆ เท่านี้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ท้องฟ้าปลอดโปร่ง มีโอกาสเห็นอาทิตย์ทรงกลดในเวลากลางวัน และดวงจันทร์ทรงกลดในเวลากลางคืน อาทิตย์ทรงกลดมองดู ได้ ด้วยตาเปล่า แต่ห้ามมองตรงไปที่ดวงอาทิตย์ ส่วนแสงสีที่ตามองเห็นนั้น จะขึ้นกับการทำมุมของแสงอาทิตย์และเกล็ดน้ำแข็ง แต่โดยทั่วไปเรามักจะเห็นเป็นแสงสีเหลืองอ่อนๆ มากที่สุด สำหรับขนาดของ พระอาทิตย์ทรงกลดจะมีขนาดแตกต่างกันออกไป แต่ส่วนมากจะมีขนาดเฉลี่ย 30 องศา โดยการลากเส้นตรง 2 เส้น มาบรรจบกันที่ดวงตาผู้มอง ได้แก่ เส้นตรงที่ลากจากกึ่งกลาง ของปรากฏการณ์มาที่ตาผู้มอง และเส้นตรงที่ลากจากขอบของปรากฏการณ์มาที่ดวงตาผู้มอง ซึ่งเป็นหลักการวัดระยะเชิงมุมของวัตถุต่างๆ บนท้องฟ้า เช่น ดวงดาว เป็นต้น ส่วนความถี่ในการเกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกลดนั้น […]

ตำนานเมืองลับแล กับความเชื่อสุดลี้ลับ !!

ตำนานเมืองลับแล กับความเชื่อสุดลี้ลับ !!

ตำนานเมืองลับแล กับความเชื่อสุดลี้ลับ !!   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องลี้ลับมาฝากกันอีกแล้ว.. หลายคนเคยฟังเรื่องราวคติความเชื่อเมืองลับมาก่อน บางคนว่าเป็นเมืองที่อยู่ในมิติหนึ่งมีคนอาศัยอยู่ ความจริงเป็นอย่างไร บางคนว่าเป็นเมืองแม่ม่าย มีเรื่องราวหลายเรื่องที่เชื่อว่าเป็นที่มาคำว่า “เมืองลับแล” ความจริงเมืองลับอยู่ตรงไหน เข้าไปได้อย่างไร   เมืองลับแล แปลว่า เมืองที่ไม่อาจพบเจอได้จากคนภายนอก เรื่องราวเมืองลับแลเป็นเรื่องลี้ลับกลายเป็นตำนานพื้นบ้านตั้งแต่อดีตสืบทอดต่อกันมา ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งหลงเข้าไปในป่าแล้วพบสาวสวยหลายคนเดินออกมาที่ชายป่า ชายพบเรื่องแปลกที่ผู้หญิงทุกคนจะเอาใบไม้ที่ติดมือมาไปซ่อนไว้ในที่ต่างๆ แล้วก็เข้าไปในเมือง ชายหนุ่มมีความสงสัยจึงแอบหยิบใบไม้มาเก็บไว้หนึ่งใบ ครั้งบ่ายหญิงสาวทั้งหมดกลับมา ต่างก็หาใบไม้ที่ตนซ่อนไว้แล้วจะเดินหายไป แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งหาใบไม้ไม่พบ เพราะชายหนุ่มแอบหยิบ ชายหนุ่มจึงปรากฏตัวให้เห็นและคืนใบไม้ให้ แต่ยื่นเงื่อนไขว่าขอติดตามนางไป ในที่สุดหญิงสาวจำใจยินยอม และนางได้พาชายหนุ่มเข้าไปในเมือง ชายหนุ่มตื่นเต้นและแปลกตาว่าทำไมทั้งเมืองมีแต่ผู้หญิงไม่มีผู้ชาย หญิงสาวอธิบายว่าคนในหมู่บ้านทุกคนมี ศีลธรรม ยึดสัจวาจา ผู้ใดฝ่าฝืนต้องออกจากหมู่บ้านไป เป็นเรื่องแปลกที่มีแต่ผู้ชายที่ไม่รักษาสัตย์ต้องออกจากหมู่บ้านกันไปหมด ชายหนุ่มมีความรักใคร่หลงใหลในตัวนางและขออาศัยอยู่ หญิงสาวก็ยินยอม แต่มีเงื่อนไขว่าชายหนุ่มต้องอยู่ในศีลธรรม ไม่พูดเท็จ สุดท้ายชายหนุ่มได้อยู่กินกับหญิงสาวชาวลับแล มีเรื่องราวมากมายที่มีหลักฐานที่แน่ชัดที่มิอาจกล่าวได้หมด ล้วนแล้วแต่กล่าวไปทำนองเดียวกันว่า เป็นเมืองที่คนภายนอกมิอาจพบเจอได้ คติความเชื่อคนโบราณว่าเป็นเมืองที่ผีบังบดไว้   เมืองลับแลที่ว่า ชื่อคล้ายกับอำเภอลับแล อำเภอหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นชุมชนเมืองโบราณประวัติศาสตร์บันทึกว่าเป็นเมืองที่มีอยู่จริงสมัยกรุงสุโขทัย ความเชื่อเดิมชาวเมืองลับแลเดิมคือชาวเมืองแพร่ เมืองน่าน หนีข้าศึกมาตั้งชุมชน อยู่ในที่อำเภอลับแลเพราะเป็นบริเวณที่เป็นป่ารก หลบซ่อนตัวง่ายและ ชัยภูมิเมืองอยู่ในหุบเขามีที่เนินสลับสูงต่ำ คนต่างเมืองจะไม่คุ้นเคยจะหลงทางได้ง่าย […]

ฮือฮา! "เลขเด็ด" หางประทัด 3 ตัวเรียงสวย ชาวสิงคโปร์บินลัดฟ้าร่วม พิธีเบิกเนตรรูปปั้น องค์เทพเจ้านาจา ที่เมืองไทย

ฮือฮา! “เลขเด็ด” หางประทัด 3 ตัวเรียงสวย ชาวสิงคโปร์บินลัดฟ้าร่วม พิธีเบิกเนตรรูปปั้น องค์เทพเจ้านาจา ที่เมืองไทย

ชาวสิงคโปร์บินลัดฟ้าร่วม พิธีเบิกเนตรรูปปั้น องค์เทพเจ้านาจา ที่วัดใหม่สี่หมื่น คอหวยส่องเลขหางประทัดที่จุดถวายองค์เทพนาจา นำไปเสี่ยงโชคหวังถูกรางวัลใหญ่ งวดวันที่ 1/11/67 ติดตามข่าวสารได้ที่ เว็บไซต์วิเคราะห์หวยแม่นๆ เลขเด็ด พร้อมกับคำทำนายฝัน และดูดวง คอหวยไม่ควรพลาด พิธีเบิกเนตรรูปปั้น องค์เทพเจ้านาจา (16 ต.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานหน้าองค์สามมหาเทพท้าวเวสสุวรรณ วัดใหม่สี่หมื่น ต.สี่หมื่น อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี กรรมการวัดพร้อมด้วยศิษยานุศิษย์ ทั้งชาวไทยและชาวสิงคโปร์ ของพระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น ได้พร้อมใจกันจัดพิธีเบิกเนตรรูปปั้น องค์เทพเจ้านาจา หรือ จงตั๋นหง่วนโส่ย (เทพผู้เฝ้าประตูและคุมทหารสวรรค์) เป็นเซียน ที่ทรงบุญฤทธิ์ และทรงอิทธิฤทธิ์มาก สามารถขับภูติผีปีศาจมารร้ายต่างๆ องค์พระนาจาได้สำเร็จเป็นเซียน ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่บรรดาลูกศิษย์ชาวสิงคโปร์ ได้จัดสร้างขึ้นและประดิษฐานไว้ภายในวัด เพื่อให้ผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งหลายได้กราบสักการะบูชากราบไหว้เพื่อขอโชคลาภและเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งในงานพิธีเบิกเนตรองค์เทพนาจา พระครูโสภณจันทรังสี เจ้าอาวาสวัดใหม่สี่หมื่น ซึ่งถือเป็นเกจิดังในเรื่องการเจิมอักขระยันต์นะเศรษฐีพระมหาคลังสมบัติ และ พระครูปลัดคงศักดิ์ ปญฺญาสกฺโก รองเจ้าอาวาส วัดเนกขัมมาราม จ.ราชบุรี เกจิอาจารย์ด้านคงกะพันชาตรีเมตตามหานิยม ได้นั่งปรกจิตอธิฐานบวงสรวงเสริมบารมีองค์เทพเจ้านาจา พร้อมทั้งเบิกเนตร โดย Mr.โต อาจารย์ผู้ประกอบพิธี และเป็นร่างทรงขององค์เทพนาจาจากศาลเทพเจ้านาจาจากประเทศสิงคโปร์ทำการเบิกเนตรโดยตำหรับตำราเซียนจีนโบราณ ด้วยการใช้กระจกรับแสงจากดวงอาทิตย์และส่องที่ใบหน้าของรูปปั้นองค์เทพเจ้านาจา […]

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน

ความเชื่อเรื่องอาหารการกินชาวอีสาน   มาถึงดินแดนแห่งที่ราบสูง ก็มีคติความเชื่อที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารไม่แพ้กันซึ่ง รศ.ดนุพล ไชยสินธุ์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.ราชภัฏเลย อธิบายว่า พัฒนาการทางสังคมของคน อีสานจะอยู่กับธรรมชาติ ที่มีความหลากหลายของวัตถุดิบในการทำอาหาร ทั้งพืช ผัก สัตว์ จนกระทั่งแมลง โดยวัฒนธรรมการกินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ ก็มีมาช้านาน ส่วนอาหารต้องห้าม คือ อาหารที่เป็นของเหลือเดน อีกทั้งผู้น้อย หนุ่มสาว จะไม่กินอาหารก่อนผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ซึ่งแฝงคำสอนให้รู้จักเคารพผู้อาวุโส แต่เนื่องจากอีสานเป็นภาคที่แห้งแล้ง ทำให้วัฒนธรรมการกิน การทำกับข้าว จะกินกันอย่างพอเพียง โดยมีกับข้าวไม่กี่อย่างแต่แบ่งกินกันหลายคน ซึ่งก็มีนัยแฝงว่าทุกคนใน ครอบครัวจะได้พูดคุยกัน แต่ปัจจุบันคนในครอบครัวต่างก็แยกย้ายกันไป ทำให้วิถีในอดีตหายตามไปด้วย ส่วนข้อห้ามต่างๆ ในส่วนของงานพิธีกรรมจะไม่นิยมนำสัตว์ใหญ่มาทำอาหาร และคนที่มีของ มีวิชาอาคมจะไม่กินอาหารที่เลี้ยงในงานศพ เชื่อว่าจะทำให้วิชาเสื่อม และยิ่งใน หญิงตั้งครรภ์ก็จะมีความเข้มงวดอย่างมาก เช่น แม่ลูกอ่อนที่อยู่ไฟ ต้องกินปลา เกลือ ไข่ และข่าเพื่อช่วยสมานแผล แต่ห้ามกินของทะเล ของที่มีกลิ่นเหม็น เช่น ชะอม ของหมักดอง จนกระทั่งห้ามกินสัตว์ที่อยู่ใต้ดินอย่าง […]