ถ้าพระในบ้าน ยังอด พระในวัด ก็กลืนไม่ลง คำพูดของ “สมเด็จโต” ทำเอาหญิงสาวผู้ใจบุญ ถึงกับหลั่งน้ำตา

ถ้าพระในบ้าน ยังอด พระในวัด ก็กลืนไม่ลง

 

 

ถ้าพระในบ้าน ยังอด พระในวัด ก็กลืนไม่ลง

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นับเป็นพระเกจิเถราจารย์ผู้มีปฏิปทาจริยาวัตรน่าเลื่อมใส เป็นที่เคารพนับถือทั่วไปมาตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงสามัญชน และนอกจากจริยาวัตรด้านความสมถะอันโดดเด่นของท่านแล้ว ท่านยังทรงคุณทางด้านวิชชาคาถาอาคม เมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัตถุมงคล “พระสมเด็จ” ที่ท่านได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธบูชา ได้ถูกจัดเข้าในพระเครื่องเบญจภาคี หรือสุดยอดของพระเครื่องวัตถุมงคล ๑ ใน ๕ ของประเทศไทย และมีราคาซื้อขายในปัจจุบันต่อองค์เป็นราคานับล้านบาท ด้วยปฏิปทาจริยาวัตรและคุณวิเศษอัศจรรย์ของท่าน ทำให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยเคารพนับถือว่าท่านเป็นอมตะเถราจารย์รูปหนึ่งของเมืองไทย และมีผู้นับถือจำนวนมากในปัจจุบัน

 

มีเรื่องเล่าว่า มีคุณนายคนหนึ่งเป็นคนใจบุญสุนทาน ตักบาตรทุกเช้า ตักบาตรเสร็จแล้วก็แต่งสำรับกับข้าวอย่างบรรจงประณีตเพื่อเอาไปถวายท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตด้วยความเคารพนับถือในพระจริยาวัตรของท่าน และชอบที่จะฟังท่านคุยเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง เรียกว่า ตักบาตรเสร็จเมื่อไหร่ คุณนายต้องมาวัดทุกวัน ถวายอาหารเสร็จก็คุยกับสมเด็จฯ

วันหนึ่ง…หลังจากที่คุณนายกลับไปแล้ว พระหนุ่มรูปหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์ก้นกุฏิของสมเด็จฯ ก็เข้าไปกราบเรียนว่า

“คุณนายคนนี้ใจบุญสุนทานจริงๆ แต่เคยได้ยินว่าเป็นคนใจแคบ เหลือแม่อยู่คนเดียวก็ปล่อยให้อดๆ อยากๆ ไม่เอาใจใส่ ปล่อยให้อยู่ในห้องแคบๆ หลังบ้าน ส่วนตัวเองและลูกๆ อยู่ตึกใหญ่โต สะดวกสบาย  เวลาพูดจากับแม่ก็ฟังไม่ได้ หยาบคาย ขู่ตะคอก กระแทกกระทั้น ผิดกับตอนมาคุยกับสมเด็จฯ ที่วัด ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ  แม่จะออกมาเดินเล่นหน้าบ้านก็ไม่ได้ ไม่ยอมให้ออก เพราะมีแม่แก่ๆ หลงๆ ลืมๆ สติไม่สมประกอบ อายเขา มีคนเขาเล่าให้ฟังหลายคนแล้ว เท็จจริงอย่างไรไม่ทราบได้”

สมเด็จฯ ก็นั่งฟังเฉยไม่พูดว่าอะไร

 

 

วันหนึ่ง สมเด็จฯ มีกิจนิมนต์ไปทำบุญบ้าน  ขากลับเดินผ่านหน้าบ้านคุณนายคนนั้น ท่านก็เลยแวะบ้านคุณนายก่อน คุณนายดีใจมากที่สมเด็จมาเยี่ยมถึงบ้าน ถือเป็นมงคลอย่างสูงที่พระชั้นสมเด็จฯ มาเยี่ยม จึงเรียกลูกหลานมากราบเท้าท่านเป็นการใหญ่ แล้วก็คุยกันถึงเรื่องต่างๆ มากมาย ระหว่างนั้น สมเด็จฯ ถามคุณนายว่า

“พระในบ้าน…มีไหม?”

“มีเจ้าค่ะ… พระในบ้านมีหลายองค์… เป็นพระเก่าๆ ทั้งนั้น  สมัยสุโขทัยก็มี เชียงแสนก็มี  อาราธนาท่านสมเด็จฯ ขึ้นไปดูข้างบน”

สมเด็จฯ ก็เฉย แล้วถามต่อว่า

“ได้ทราบข่าวว่าคุณนายมีแม่อีกคน…เดี๋ยวนี้อยู่ที่ไหนเสีย?”

คุณนายสะอึก…เสียวแปลบเข้าไปในหัวใจ  จะตอบตามตรงก็กลัวว่าสมเด็จฯ จะเดินไปดู…เห็นสภาพความเป็นอยู่ของแม่แล้วท่านจะติเตียน คุณนายอึกๆ อักๆ อยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ตอบว่า

“ตอนนี้ท่านไม่อยู่เจ้าค่ะ… ออกไปเยี่ยมญาติ… อีกนานถึงจะกลับ”

สมเด็จฯ นั่งนิ่งอยู่สักครู่แล้วจึงลากลับ

 

ถ้าพระในบ้าน ยังอด พระในวัด ก็กลืนไม่ลง

 

หลังจากวันนั้น คุณนายก็ยังคงไปวัดตามปกติ วันหนึ่ง สมเด็จฯ เห็นว่า วันนี้คุณนายยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาร่าเริง อารมณ์ดีหลังจากได้ทำบุญทำทาน จึงถามว่า

“พระในบ้านของโยม…โยมดูแลเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”

“เรียบร้อยเจ้าค่ะ ดิฉันจุดธูปเทียน ถวายอาหาร บูชาเสร็จแล้วจึงมาที่วัด … ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”

“อาตมาไม่ได้หมายถึงพระพุทธรูป พระในบ้านที่อาตมาถามถึงนี่เป็นพระที่ยังมีลมหายใจ…คือ แม่พระ…ผู้มีพระคุณสูงสุดแก่โยม แม่ให้ชีวิตเรามาโดยเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก… เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจนได้ดิบได้ดีทุกวันนี้ แม่เหน็ดเหนื่อย…ทุกข์ทรมานแสนสาหัส แม่ทนหิวเพื่อให้ลูกอิ่ม แม่ทนหนาวเพื่อให้ลูกอุ่น แม่ไม่เคยนอน…ถ้าลูกของแม่ยังไม่หลับ ยามลูกเจ็บป่วย…ร้องไห้ หัวใจแม่ก็เจ็บปวดและร้องไห้พร้อมกับลูกด้วย แม่อยากเอาความเจ็บปวดทั้งหมดของลูกมาไว้ที่แม่ ถ้าทำได้…แม่ยอมตายเพื่อลูกได้พระคุณของแม่นี้ใหญ่หลวงเกินกว่าจะคณานับ เราต้องตอบแทนบุญคุณท่านบ้างนะโยม เอาตาดู…หูใส่…เอาใจใส่ท่านบ้าง  ไม่ใช่ปล่อยให้ท่านอดๆ อยากๆ เจ็บไข้ได้ป่วยก็ดูแลท่านบ้าง

              อาตมาได้ข่าวว่า คุณโยมเหลือแม่อยู่คนเดียวและไม่ค่อยสนใจความเป็นอยู่ของท่าน ปล่อยให้อยู่ในห้องแคบๆ … ไม่สงสารท่านบ้างหรือโยม? โยมจัดอาหารมาถวายพระได้ทุกวัน  แต่พระในบ้านอีกองค์…โยมไม่เคยจัดให้ และตอนที่โยมจัดมาให้อาตมา สังเกตดู…โยมจัดมาให้อย่างดี…ประณีตบรรจง  เมื่อก่อนอาตมาไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ฉันของโยมตามปกติ  แต่ตอนนี้บอกตรงๆ เลยว่า…กลืนไม่ค่อยลงมาหลายวันแล้ว อาตมาเป็นพระในวัด…ไม่ควรเอาเปรียบพระในบ้านของโยมเกินไปถ้าพระในบ้านยังอด พระในวัดก็กลืนไม่ลง การทำบุญให้ได้บุญมากนะโยม…ต้องเลี้ยงพ่อแม่ให้อิ่มหนำสำราญเสียก่อน แล้วจึงถวายพระ”

คุณนายไม่พูดอะไรอีก…แล้วน้ำก็ค่อยๆ ไหลออกจากตา บางคนกว่าจะรู้ว่าพ่อแม่เป็นพระในบ้านผู้ประเสริฐก็สาย…เมื่อท่านทั้งสองไม่มีตัวตนอยู่ในโลกนี้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล :  http://board.palungjit.org

ภาพจาก : tnews

เรื่องน่าสนใจ

3 สิ่งอัปมงคล ต้องรีบทิ้ง แล้วชีวิตจะดีขึ้นแบบทันตาเห็น !!

3 สิ่งอัปมงคล ต้องรีบทิ้ง แล้วชีวิตจะดีขึ้นแบบทันตาเห็น !!

3 สิ่งอัปมงคล ต้องรีบทิ้ง แล้วชีวิตจะดีขึ้นแบบทันตาเห็น !! บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากเกี่ยวกับ 3 สิ่งอัปมงคลในบ้านที่ต้องรีบทิ้ง แล้วชีวิตจะดีขึ้น ลองไปดูกัน..   1. ดอกไม้แห้ง ทางฮวงจุ้ยเชื่อว่าดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ ความเจริญรุ่งเรือง ความงอกงาม การนำดอกไม้มาแต่งบ้านจะเพิ่มสีสัน แสดงความอ่อนโยนการมีดอกไม้แห้งหมายความว่าความเหี่ยวเฉา อับโชค ความล่มจมฉะนั้นจะปรับฮวงจุ้ยบ้านและที่ทำงานควรทิ้งดอกไม้แห้ง 2. น้ำขัง ในทางฮวงจุ้ยว่าอัปมงคลจะส่งผลให้เงินทองไหลออก ในทางความจริงน้ำขังเป็นที่บ่มเพาะของเชื้อโรค อาจทำให้สมาชิกในครอบครัวเจ็บป่วยบ่อย โดยเฉพาะเด็ก อาจเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรคระบาดจากยุงลาย ผู้ประกอบการมีทำเลที่ตั้งสำหรับกิจการธุรกิจอยู่ใกล้บริเวณน้ำขัง จะต้องดูแลเรื่องความสะอาดไม่ให้มีน้ำขัง 3. นาฬิกาตาย คนจีนโบราณที่เชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ยกล่าวว่านาฬิกาคือ อายุขัย ความราบรื่น การหมุนเวียนพลังซี่ที่ดี นาฬิกาตายแสดงว่าการงานไม่ราบรื่น อายุสั้น ก่อนปีใหม่ฮวงจุ้ยบ้านและที่ทำงานจะดี ควรสำรวจว่านาฬิกาเดินหรือไม่ ปากกาหมดหมึก ไม่ควรมีไว้ในบ้านหรือที่ทำงานเพราะอย่างน้อยจะรก และสกปรก ทางฮวงจุ้ยว่าจะลดการไหลเวียนซี่ที่ดี ทำให้จิตใจหมองเศร้า ความเกียจคร้าน ปากกาคือสัญลักษณ์ความมุ่งมั่นการทำงาน ปากกาหมดหมึกส่งผลลบกับบ้านหรือที่ทำงาน         ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com […]

ความเชื่อล้านนาเกี่ยวกับ ยันต์ข่ม

ความเชื่อล้านนาเกี่ยวกับ ยันต์ข่ม

ความเชื่อล้านนาเกี่ยวกับ ยันต์ข่ม   ผู้หญิงบางคนมีปัญหากับสามีที่เป็นคนเห็นแก่ตัว ชอบเอารัดเอาเปรียบภรรยา บางคนชอบข่มขู่และทำร้ายร่างกาย มีการลงไม้ ลงมือตบตีภรรยา บางคนทิ้งให้ภรรยาทำงานทั้งในบ้านและนอกบ้านราวภรรยาเป็นทาส หรือสามีบางคนนอกจากไม่ใส่ใจดูแลภรรยา คู่ทุกข์คู่ยากของตัวเองแล้ว ยังย่ำยีจิตใจของภรรยาอีกด้วย โดยการแอบไปมีภรรยาน้อย ปล่อยให้ภรรยาเหี่ยวเฉาเลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน ไม่มีทางใดที่ผู้หญิงจะไปสู้รบปรบมือกับชายที่เป็นสามีได้ และไม่มีทางที่จะร้องขอความเป็นธรรมจากสังคมในอดีต หญิงบางคน จึงพึ่งพาไสยศาสตร์เข้าแก้ปัญหา เพื่อให้ความคับแค้นที่ฝังอยู่ในใจผ่อนคลายลง ศาสตร์ที่หญิงใช้กับชายในอดีตนั้น คือการ “ข่ม” คำว่า “ข่ม” หมายถึง การกดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ให้เผยอขึ้น กดให้ลง กดทับ การบังคับ แต่ในที่นี้หมายถึง การกระทำด้วยอาคม เพื่อให้ผู้อื่นลดอำนาจ และยอมอยู่ใต้อำนาจของผู้กระทำ ชายใดถ้าถูกหญิงข่มโดยการจุดเทียน ถึงจะเป็นคนดุร้ายอย่างไรก็จะอ่อน ปวกเปียก ยอมทำตามทุกอย่างที่ฝ่ายหญิงต้องการ บอกให้อยู่หรือให้ไปก็จะทำตามโดยไม่ขัดขืน รูปยันต์ข่มเขียนลงบนกระดาษสาทำเป็นไส้เทียน รูปยันต์นี้ลงใส่กระดาษสา ตรงหว่างขานั้นเขียนชื่อผู้ชายที่เป็นเป้าหมาย จากนั้นตัดชายผ้าถุงใส่ข้างใน แล้วม้วนกระดาษสา ให้เป็นแท่ง เพื่อทำเป็นไส้เทียน นำขี้ผึ้งตากแดดให้อ่อนตัวแล้วจึงนำมาหุ้ม ฟั่นให้เป็นแท่งเหมือนเทียน แล้วนำไปจุดใต้บันไดบ้าน ของผู้หญิงที่เป็นคนกระทำ ใช้สุ่มไก่ครอบเทียน แล้วใช้ผ้าถุงของผู้หญิงคลุมข้างบนสุ่มไก่อีกทีหนึ่ง ชายใดถ้าถูกหญิงข่มโดยการจุดเทียน ถึงจะเป็นคนดุร้ายอย่างไรก็จะ อ่อนปวกเปียกยอมทำตามทุกอย่างที่หญิงนั้นต้องการ บอกให้อยู่หรือให้ไปก็จะทำตามโดยไม่ขัดขืน […]

50 คำคมดีๆ ไว้เป็นกำลังใจชีวิตเวลาเหนื่อยล้า อ่านแล้วดีต่อใจ !!

50 คำคมดีๆ ไว้เป็นกำลังใจชีวิตเวลาเหนื่อยล้า อ่านแล้วดีต่อใจ !!

50 คำคมดีๆ ไว้เป็นกำลังใจชีวิตเวลาเหนื่อยล้า วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ มีคำคมชีวิต มาฝากกันคะ เวลาที่เราเหนื่อยล้า หรือท้อ เรามักต้องการกำลังใจจากใครสักคน ที่เราคุยกับเขาแล้วเรารู้สึกดี รู้สึกสบายใจ ซึ่งนอกจากกำลังใจ สิ่งสำคัญคือ “คำพูด” สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เรากำลังเจอปัญหาอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย เพียงแค่เราต้องตั้งสติและค่อยๆแก้ปัญหากันไป..   1. คาดหวังให้สูงเข้าไว้และแน่นอนว่า ต้องเตรียมใจที่จะพบกับความผิดหวังด้วย 2. ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จ ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง 3. ถ้าเชื่อว่าไม่แพ้ เราก็จะไม่แพ้ 4. คนเข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้ 5. อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ 6. ขอบคุณความทุกข์ที่ทำให้ความสุขในคราวต่อมา เป็นความสุขที่แท้จริง 7. เพื่ออะไรกับการรอคอยที่ไม่มีความหมาย 8. ยิ่งบทเรียนยากขึ้นเท่าไหร่ ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น 9. กุหลาบไร้หนาม มีเพียงมิตรภาพเท่านั้น 10. อย่ากังวลกับสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้คำนึงถึงสิ่งที่กำลังทำ     11. แม้แต่นิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน นับประสาอะไรกับความยั่งยืนของชีวิต 12. […]

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก อานิสงค์การสวด บังเกิดความศิริมงคล เสริมโชคลาภ คุ้มภัย

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก อานิสงค์การสวด บังเกิดความศิริมงคล เสริมโชคลาภ คุ้มภัย

ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก  ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ไว้สำหรับสวดและภาวนาทุกเช้าคำ เพื่อความสวัสดิ์เป็นสิริมงคลแก่ผู้สาธยาย อันเป็นบ่อเกิด มหาเตชัง มีเดชมาก มหานุภาวัง มีอานุภาพมาก และมีลาภยศ สุขสรรเสริญ ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย อุปัทวันตราย และความพินาศทั้งปวง ตลอดทั้งหมู่มารร้ายและศัตรูคู่อาฆาตไม่อาจแผ้วพานได้ ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก สวดเลย อานิสงค์แรงนัก เสริมด้านดีๆ ที่ให้ชีวิตเป็นสุข ถ้าสาธยายหรือภาวนาแล้วจะนำมาซึ่ง ลาภยศ สุขสรรเสริญและปราศจากอันตรายทั้งปวง ตลอดทั้งเป็นการระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า เป็นการเจริญพระพุทธานุสติ วิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นแดนเกิดของสมาธิอีกด้วย เป็นการมอบกายถวายชีวิตไว้กับองค์พระพุทธเจ้า หรือเอาองค์พระพุทธเจ้าเป็นตาข่ายเพชรคอยปกป้องคุ้มครองรักษาชีวิตให้ปราศ จากเวรภัย ขออาราธนาบารมีธรรมของพระพุทธองค์สิงสถิตในเบญจขันธ์ของเราเพื่อให้เกิดพระ ไตรลักษณญาน อันเป็นทางของพระนิพพานสืบต่อไป ขออำนาจสมาธิญาณของพระพุทธองค์เป็นไปในธาตุ ในจักรวาล ในเทวโลกหรือในกามาวจรภูมิ รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ และในโลกุตรภูมิ ขอจงมาบังเกิดในขันธสันดานของข้าพเจ้าหรือเรียกว่าเป็นการเจริญสมถภาวนา อันเป็นบ่อเกิดแห่งรูปฌาน อรูปฌาน อภิญญา เป็นการเจริญวิปัสสนา อันเป็นบ่อเกิดแห่งมรรคผลนิพพาน เป็นการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงฯ สาธยาย หัวใจพระวินัยปิฎก หัวใจพระสุตตันตปิฎก หัวใจพระอภิธรรมปิฎก และเป็นหัวใจพระเจ้า ๕๐๐ ชาติ พระเจ้า ๑๐ ชาติ และหัวใจ อิติปิ โส […]