ยิ่งให้ยิ่งรวย หมอเค้กเผย 4 ราศี ปี 2020 เป็นปีแห่งการให้ทาน

ยิ่งให้ยิ่งรวย หมอเค้กเผย 4 ราศี ปี 2020 เป็นปีแห่งการให้ทาน

 

เมื่อวันที่ 18 มกกราคม 2563 เพจเฟสบุ๊ค หมอเค้ก Magic designsได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งหาย

ยิ่งให้ยิ่งรวย หมอเค้กเผย 4 ราศี ปี 2020 เป็นปีแห่งการให้ทาน

ยิ่งให้ยิ่งรวย หมอเค้กเผย 4 ราศี ปี 2020 เป็นปีแห่งการให้ทาน

บุญที่ยิ่งใหญ่คือบุญของพ่อแม่ และบุพการี สิ่งดีๆจะเกิดเพราะความกตัญญู #ทานที่ดีที่สุดคือทานกับคนยากไร้ทานกับสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลาย  จงมีเมตตา กรุณา ปราณี และสิ่งที่ดีที่สุด คือห้ามเบียดเบียนทำดีเข้าไว้ ทำให้ถูกคนคนที่ทำร้ายเราหักหลังเราอย่าทำหยุด!เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด!

 

 

 

ยิ่งให้ยิ่งรวย หมอเค้กเผย 4 ราศี ปี 2020 เป็นปีแห่งการให้ทาน

 

 

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูล และภาพจาก :  เพจเฟสบุ๊ค หมอเค้ก Magic designs

เรื่องน่าสนใจ

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล ใครท่องคาถานี้ได้ ขอให้มีแต่คนรัก ให้มีโชคลาภ ให้รวยๆ

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล ใครท่องคาถานี้ได้ ขอให้มีแต่คนรัก ให้มีโชคลาภ ให้รวยๆ

พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล “หลวงพ่อพูล” ชื่อนี้ประจักษ์ในฐานะพระเกจิอาจารย์อันดับหนึ่งของประเทศไทยและนับเป็นสุดยอดพระผู้ยิ่งใหญ่ด้วยเมตตาบารมี เป็นเนื้อนาบุญอันไพศาล….. ที่ผ่านมาชีวิตของท่านอุทิศแล้วในพระพุทธศาสนา…..ด้วยแรงกายแรงใจช่วยเหลือผู้ยากไร้มิเคยขาด ที่สำคัญท่านพ้นวังวนของกิเลสและตัณหา มุ่งแผ่เมตตาธรรมโดยถ้วนหน้าแก่ทุกชีวิตที่เข้ามาพึ่งใบบุญโดยไม่เลือกชั้นวรรณะ สายตาของท่านมองทุกคนด้วยความเท่าเทียม ทุกคนจึงได้รับจากการปฏิบัติจาก หลวงพ่อพูล อย่างดีมาโดยตลอด หลวงพ่อพูล เป็นพระที่มีเคร่งครัดพระธรรมวินัย ด้วยความสมถะท่านจะนิ่ง พูดน้อย จนได้รับสมญา “ของจริงต้องนิ่งใบ้” หลวงพ่อพูลท่านเกิดในสกุล “ปิ่นทอง” เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๕ พ.ย. ๒๔๕๕ ปีชวด (ร.ศ.๑๓๑) เป็นบุตรคนที่ ๖ ในจำนวนพี่น้อง ๑๐ คน บิดาชื่อ “นายจู ปิ่นทอง” มารดาชื่อ “นางสำเนียง ปิ่นทอง” ณ บ้านเลขที่ ๗๕ หมู่ ๓ ต.ดอนยายหอม นครปฐม จบการศึกษาประถม ๔ ที่โรงเรียนวัดห้วยจระเข้ นครปฐม ปีพ.ศ. ๒๔๗๑   พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อพูล […]

ความเชื่อ และประเพณีก่อนเกี่ยวข้าว

ความเชื่อ และประเพณีก่อนเกี่ยวข้าว

ความเชื่อ และประเพณีก่อนเกี่ยวข้าว   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับ “ความเชื่อ ประเพณีก่อนเกี่ยวข้าว” มาให้ได้ทราบกัน ปลายปีทุกปีคือระยะเวลาเกี่ยวข้าวของชาวไทยโดยรวม ดังนั้นแต่ละภาคจะมีประเพณีเกี่ยวข้าวตามคติความเชื่อจากคนโบราณที่เคยปฏิบัติสืบต่อกันมานานแต่ละแห่งก็จะต่างกันไปบ้าง แต่โดยรวมก็คือประเพณีทำขวัญข้าว        ประเพณีทำขวัญข้าวจัดขึ้นจากความเชื่อว่าไม่ทำให้ข้าวเสียหาย เมล็ดดีได้ราคาไม่มีความชื้น ศัตรูจำพวกแมลงไม่มากล้ำกลาย บางที่เรียกว่าการบูชาแม่โพสพโดยปกติจะทำสองระยะคือระยะแรกคือระยะที่ข้าวกำลังออกรวงหรือเรียกอีกอย่างว่าตั้งท้องอยู่ในนาโดยชาวบ้านจะเตรียมย่านลิเพา หมากพลู จีบ หนึ่งคำบุหรี่หนึ่งมวน ด้ายแดง ด้ายขาว ด้ายดำ พานบายศรี กล้วยอ้อย เมล็ดธัญพืช ของมีค่าตามแก่ฐานะชาวนา หรือเครื่องสังเวยอื่น ๆตามประเพณีแต่ละท้องที่เริ่มกล่าวคำขวัญข้าวโดยหญิงสาวเกี่ยวข้าวเก้ากอ มัดด้วยด้ายแดงด้ายขาวและด้ายดำ บางที่ใช้เป็นผ้าสีแทนด้ายสีวางไว้ในบายศรีส่วนของมีค่านำกลับบ้าน ระยะที่สอง ตอนเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วจะเอาข้าวเข้ายุ้งฉางเครื่องเซ่นสังเวยอย่างเดิม เริ่มเก็บรวงข้าวมัดสามกำ นำพานบายศรีวางบนรวงข้าว กล่าวคำขวัญจบ นำด้ายทั้งสามสีมัดรวมรวงข้าวแล้วนำเก็บเป็นเมล็ดพันธุ์ในปีต่อไป มีเรื่องเล่าจากคนโบราณว่าไม่มีคนให้ความสำคัญเจ้าแม่โพสพทำให้เจ้าแม่น้อยใจ ปีนั้นข้าวจะไม่ได้ผล ดังนั้นชาวนาทุกที่จะทำพิธีการบูชาแม่โพสพหรือการทำขวัญข้าว   เรื่องข้าวคนโบราณจัดเป็นเรื่องสำคัญ และสร้างความตระหนักทุกกระบวนการได้มาซึ่งข้าวทุกขั้นตอน ผ่านพิธีกรรมสร้างความศักดิ์สิทธิ์ลูกหลานจะได้เกิดความศรัทธาและสมัครสมานสามัคคี นอกจากนี้คนโบราณยังมีข้อห้ามมากมายเกี่ยวกับข้าว เป็นต้นว่าจะต้องกินข้าวให้หมดจาน ไม่ทำข้าวหก เป็นอุบายสอนลูกหลานให้เกิดความสำนึกในบุญคุณข้าว   สรุป : ขนบธรรมเนียมประเพณีเกิดจากความเชื่อที่คนโบราณแฝงไว้เตือนใจลูกหลาน เพราะแค่ใช้คำสอนอาจไม่ได้ผล คนโบราณจะสั่งสอนอะไรจนเกิดการเชื่ออย่างน้อยต้องมีการละเล่น พิธีกรรม […]

ทำไมต้องท่องนะโมสามจบก่อนสวดมนต์ทุกครั้ง

ทำไมต้องท่องนะโมสามจบก่อนสวดมนต์ทุกครั้ง

ทำไมต้องท่องนะโมสามจบก่อนสวดมนต์ทุกครั้ง   คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมก่อนสวดมนต์ทุกบท จะต้องท่องนะโมสามจบก่อน คนโบราณสอนไว้ พระพุทธเจ้าบัญญัติ หรือสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ แล้วทำไมต้องสามจบ บทความนี้  เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายให้ท่าน การสวดมนต์เป็นกิจสำคัญสำหรับทุกศาสนา เพราะบทสวดมนต์ประกอบไปพร้อมคำสอนพระศาสดา รักษาธรรมเนียมศักดิ์สิทธิ์ให้คงอยู่ จิตใจมนุษย์เมื่อได้ท่องบทสวดจะมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน จิตเป็นสมาธิจะเลิกคิดร้าย จะรับฟังแต่คำสั่งสอนที่ดี ๆ และที่สุดทุกศาสนาเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนเป็นคนดี แต่บทสวดมนต์บางบทในศาสนาพุทธจะต้องท่องนะโมสามจบก่อนเสมอ โบราณจารย์สอนว่าเป็นการเปล่งวาจาบูชาพระพุทธเจ้าในอดีตที่ผ่านมาทุกพระองค์ แบ่งออกเป็นสามประเภทคือประเภทที่หนึ่งพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้ปัญญาบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าองค์ที่เรากราบไหว้อยู่ทุกวันนี้คือพระพุทธเจ้าประเภทที่หนึ่ง ประเภทที่สองพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้ศรัทธาบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ประเภทที่สามพระพุทธเจ้าที่ทรงใช้พระวิริยะบำเพ็ญเพียรบารมี แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ฉะนั้นการกล่าวนะโมสามจบเป็นการน้อมสักการะพระพุทธเจ้าทั้งสามประเภท นะโม ตัสสะ ภะคะวะโตแปลความหมายโดยรวมว่า ขอน้อมสักการะพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นผู้ที่เป็นใหญ่เหนือมนุษย์เทวดา สัตว์โลกทั้งปวงทรงจำแนกพระธรรมที่ยิ่งใหญ่ อะระหะโต เป็นผู้ห่างไกลกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง กลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบาน โบราณจารย์กล่าวว่าการท่องนะโมสามจบเสริมบทสวดมนต์มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเป็นการกล่าวคำสรรเสริญพระพุทธเจ้ารวมทั้งพระพรหมชั้นเทพ ตั้งแต่โบราณนานมาพระสงฆ์และชาวพุทธจะสวดมนต์ไหว้พระ ในวันพระ วันสำคัญและโอกาสที่เหมาะสม เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่ละบทสวดมนต์ศาสนาพุทธประกอบไปพร้อมทั้งคำสั่งสอน สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย อวยชัยให้พร การสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนจะเสริมบารมี สมาธิส่งผลให้นอนหลับ แผ่จิตเมตตา สรรเสริญศรัทธากำจัดบาป และรักษาพระธรรม ชาวพุทธควรสวดมนต์ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส […]

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ?

ความเชื่อคนอินเดีย ตายแล้วไปไหน ? หากเอ่ยถึง ความตาย แน่นอนว่าย่อมเป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญด้วยตัวเองไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง คนอินเดียก็มีความเชื่อเกี่ยวกับความตายเหมือนๆกันกับชาติอื่นๆ วันนี้ขอนำเสนออีกหนึ่งความเชื่อของคนอินเดียที่ว่า ตายแล้วไปไหน ?         พิธีการจัดการเกี่ยวกับศพ ซึ่งชาวฮินดูเชื่อว่าว่า ร่างกายเป็นของปฏิกูล เมื่อตายแล้วก็ไร้ประโยชน์วิญญาณออกจากร่างไปสู่ที่อื่น ดังนั้นจึงควรเผาเสีย แต่มุสลิมถือว่าร่างกายเป็นที่อยู่อาศัยของวิญญาณ เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังสถิตอยู่ การตายของคนเป็นเพียงการพักผ่อนเท่านั้น เมื่อถึงวันก็กลับฟื้นคืนมาอีก ดังนั้นจึงไม่เผาและพยายามสร้างที่ฝังศพให้ดีสวยงาม เช่น อนุสรณ์ทัชมาฮาล เป็นต้น การเผาศพของชาวอินเดียที่เป็นฮินดูว่า มีพิธีตามลำดับ ดังนี้         ก่อนตาย เมื่อรู้ว่าผู้ป่วยกำลังจะสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องของผู้ป่วย จะยกร่างของผู้ป่วยลงจากเตียงมานอนไว้กับพื้น เชิญพราหมณ์มาสาธยายมนต์ ญาติพี่น้องเริ่มแจกทานแก่คนจน หามูลโคมาฉาบทาพื้นและเอาใบตุลสีหรือกะเพรามาปกคลุมพื้นที่คนป่วยนอนอยู่ ให้คนป่วยนอนคว่ำหน้าลง หันศีรษะไปทางเหนือ เอาน้ำคงคาที่ใส่หม้อมาหยดลงใส่ปาก และพรมตามตัวของผู้ป่วย เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจ ญาติพี่น้องพากันร้องไห้แสดงความอาลัยอาวรณ์และจะถวายวัวแก่พราหมณ์ผู้ทำพิธี ตายแล้ว เมื่อผู้ป่วยสิ้นลมหายใจแล้ว ลูกชาย น้องชาย เพื่อนชาย หรือลูกศิษย์จะโกนผม ญาติพี่น้องร้องไห้ ไม่ยอมทานอาหารหรือทานแต่น้อย คนในครอบครัวจะทำอาหารทานเองไม่ได้ […]