เมื่อใด จึงควรเปลี่ยนชื่อ? เปลี่ยนชื่อ ความเชื่อ และเหตุผลที่ต้องตั้งชื่อใหม่ เช็คเลย !!

เมื่อใด จึงควรเปลี่ยนชื่อ? ว่ากันว่าเรื่องของการ เปลี่ยนชื่อ จะมีส่วนช่วยทำให้ดวงชะตาของเราดีขึ้นได้บ้าง แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของเราในแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือได้ เพราะ ชื่อ คือ สิ่งที่ใช้เรียกแทนตัวเรา เป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นเรา และทำให้ผู้อื่นจดจำเราได้ ซึ่งชื่อนั้นก็มีหลายรูปแบบตั้งแต่หนึ่งพยางค์ ไปจนถึงสี่ หรือห้าพยางค์ ส่วนใหญ่มักจะเป็นพ่อและแม่เป็นผู้ตั้งให้ ในบางคนอาจมีเกจิอาจารย์ หรือญาติผู้ใหญ่เป็นผู้ตั้ง ซึ่งจะมีความหมายที่ดี มีความเป็นสิริมงคลต่อเจ้าของชื่อ

ในบางคนเมื่อเติบโตขึ้นก็อาจมีความไม่ค่อยประทับใจในชื่อของตนสักเท่าไหร่ อาจมีผลมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัว หรือการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลง มีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนชื่อ โดยหวังว่าจะทำให้เกิดเรื่องราวดีๆ ขึ้นกับชีวิต หากใครก็ตามที่มีความคิดว่าอยากจะเปลี่ยนชื่อ อยากให้ลองคำนึงถึงเหตุผลดังต่อไปนี้เสียก่อน ว่าเป็นเหตุผลที่เสริมให้เรามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อรึเปล่า ลองไปดูกัน

เมื่อใด จึงควรเปลี่ยนชื่อ?

เมื่อใด จึงควรเปลี่ยนชื่อ? ความเชื่อ และเหตุผลที่ต้องตั้งชื่อใหม่

 

ก่อนจะเปลี่ยนชื่อ ผมอยากให้ท่านคำนึงถึง เหตุผลดังต่อไปนี้ครับ

๑ สภาพชีวิต ในปัจจุบันที่เป็นอยู่นั้น อยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างแย่ มืดแปดด้าน หาทางออกไม่ได้

๒ มีอาการเจ็บป่วย ต้องใช้เวลาในการรักษายาวนาน เป็นโรคเรื้อรัง แต่ยังไม่ถึงขั้นลุกไปไหนมาไหน    ไม่ได้แล้ว การเปลี่ยนชื่อ ก็พอช่วยได้

๓ ชื่อเดิม มีกาลีหรือ ชื่อไม่เหมาะสมกับเจ้าชะตา

๔ ต้องการใช้ศักยภาพของดาว ในดวงชะตาให้เต็มที่ สร้างโอกาส โฉลก การเปลี่ยนชื่อ ก็จะเติมเต็มในส่วนนั้นได้

๕ ไม่ชอบชื่อเก่าอย่างมาก อยากเปลี่ยนมาก ซึ่งอาจไม่ได้มีเหตุผลอื่นใดนอกจาก ความรู้สึกส่วนตัวของเจ้าชะตา ข้อนี้ก็ควรเปลี่ยน เปรียบเหมือนเวลาเราใส่เสื้อผ้าที่ไม่ถูกใจ เราก็มักจะขาดความมั่นใจ ทำอะไรก็รู้สึกไม่ค่อยดี อย่างนี้ก็ยอมครับ เปลี่ยนได้

ส่วนเรื่องจะเปลี่ยนเมื่อไหร่นั้น ก็ต้องพิจารณา ดาวจร ดาวเสวยอายุ(เทวดาเสวยอายุ) ร่วมกับพื้นดวงเดิมโดยพิจารณาถึง

– ดาวจร ดวงใดให้คุณ ในเวลานั้นก็ใช้ดาวนั้น กรณีนี้ต้องพิจารณาเหตุผลในการเปลี่ยนชื่อด้วย ถ้าเป็นกรณีข้อ ๒ ก็    พิจารณาดาวให้คุณ ดาวที่สามารถช่วยได้ในขณะนั้น โดยไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นมากนัก

– พิจารณาดาววัย ลัคน์วัย ลัคน์จรปี ร่วมกับ ดาวจร ว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ดาวใดให้คุณ ให้โทษ และมีเวลายาวนานขนาดไหน

– พิจารณาดาวเสวยอายุ ตามหลักมหาทักษา ว่าในขณะนั้นดาวใดเสวย ดาวใดแทรก ร่วมกับทักษาจร

– พิจารณาลักษณะงานที่เจ้าชะตาทำอยู่ และสภาพพื้นที่ทำเลที่พักอาศัย ที่ทำงาน ที่มีผลต่อเจ้าชะตา

– และที่สำคัญต้องพิจารณา ถึงเหตุผลความจำเป็น ระยะเวลาความสั้นยาวของปัญหาที่เกิดกับเจ้าชะตา

 

สรุป : อย่างไรก็ลองพิจารณาถึงเหตุผลก่อนครับ ถ้าเป็นอย่างที่ว่ามาข้างต้น จึงค่อยเปลี่ยนชื่อ ก็น่าจะดีกว่าครับ

 

 

 

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมาให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

 

 

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.horapayakorn.com

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อโบราณ เข้าป่าไม่อยากหลง อย่าทำ สิ่งนี้เด็ดขาด !!

ความเชื่อโบราณ เข้าป่าไม่อยากหลง อย่าทำ สิ่งนี้เด็ดขาด !!

ความเชื่อโบราณ เข้าป่าไม่อยากหลง อย่าทำ สิ่งนี้เด็ดขาด !!   บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ ที่ใช้สอนลูกหลาน มาให้อ่านกัน ข่าวตามสื่อที่ว่ามีคนหลงป่าอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเข้าไปเที่ยวป่า เก็บเห็ด ล่าสัตว์ บางคนหลงเข้าไปในมิติเมืองลับแล บางคนออกมาได้ขณะที่บางคนต้องเสียชีวิต คติความเชื่อคนโบราณว่าในป่ามีเจ้าป่าเจ้าเขาคอยรักษาอยู่ คนที่เข้าไปแล้วทำบางสิ่งบางอย่างที่แสดงการลบหลู่โดยตั้งใจและไม่ต้องใจ เจ้าป่าจะลงโทษหนักเบาตามโทษที่ก่อไว้ แต่คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนเคยเข้าป่าไปเช่นเดียวกันมีวิธีเดินป่าที่ปลอดภัย เรียกว่าเข้ากี่ครั้งไม่มีทางหลง   เอ่ยวาจาลบหลู่ คนโบราณว่าการเดินทางเข้าป่าต้องสงบปากสงบคำ ไม่ส่งเสียงเอะอะโวยวาย และไม่เอ่ยคำหลบหลู่เจ้าป่าเจ้าเขา เพราะในป่ามีเจ้าที่เจ้าทางคือวิญญาณคนที่เคยเสียชีวิตอยู่ก่อนแล้วในอดีต แต่มีความรักความผูกพันไม่ยอมไปภูมิที่ชอบ วิญญาณจะคอยวนเวียนอยู่ในป่า และคนเฒ่าคนแก่ว่าการกราบไหว้จากผู้คนบ่อย ๆ วิญญาณจะมีบารมีแก่กล้า มีอำนาจมาก จะดลให้หลงป่า   เผลอไปเหยียบเครือเขาหลง คนที่หลงป่าหลายคนบอกสาเหตุการหลงว่าไปเผลอเหยียบพืชชนิดหนึ่งที่ขึ้นปลกคลุมพื้นดินในป่าดงดิบ มีลักษณะไม้เลื้อย ใบเดี่ยว เรียงสลับ ลำต้นกลมสีดำอ่อนคล้ายเส้นผม มีขนปกคลุมออกดอกกระจุกคล้ายเส้นผม คนโบราณบางคนเรียกว่าเส้นผมนางไม้ คนโบราณว่าใครเผลอเหยียบจะหลงทิศ ไม่ทราบทิศเหนือใต้จนผู้เข้าป่าต้องหลงติดอยู่ในป่าออกมาไม่ได้ ขนาดนกที่บินผ่านยังหลงอยู่ที่ต้นไม้ที่อยู่ข้าง ๆ และจะตกมาตาย   ไม่ไหว้เจ้าที่เจ้าทางก่อน เหมือนการไปเที่ยวบ้านเพื่อนต้องไหว้พ่อแม่เพื่อนก่อนเสมอ แสดงความเคารพและให้เกียรติ เช่นเดียวกับการเข้าป่าไม่ว่าจะไปล่าสัตว์และกิจอื่นใด ควรทำการไหว้เจ้าที่เจ้าทางซึ่งคือเจ้าป่าเจ้าเขานั่นเอง คนโบราณว่าจะคุ้มครองดูแลตลอดการเข้าป่า ไม่ว่าจะไปปัสสาวะ ไปปลดทุกข์หนักจะปลอดภัยแต่ควรยกมือไหว้ขอก่อนเสมอ […]

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นแต่งงาน เส้นสมรส

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นแต่งงาน เส้นสมรส

ทำนายโชคชะตาจากลายมือ เส้นแต่งงาน เส้นสมรส   บทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับ เส้นแต่งงาน เส้นสมรส แต่ละเส้นบอกอะไรบ้าง เส้นแต่งงาน เส้นสมรสเกิดขี้นที่ตำแหน่งเนินพุธ หรือตำแหน่งใต้โคนนิ้วก้อยนั้นเอง ตำแหน่งที่เกิดเริ่มต้นจากขอบฝ่ามือลากยาวเข้าหาเส้นหัวใจ ถ้าต้องการทราบถึงอนาคตให้ดูจากมือที่ถนัด(จับสิ่งของ) ส่วนใหญ่ของบุคคลทั่วไปจะเป็นมือขวา เป็นเส้นที่บ่งบอกเรื่องราวความรักระหว่างชายและหญิง เรื่องราวต่างๆเหล่านั้นขอแสดงแทนด้วยตัวเลขดังนี้ ตำแหน่งที่ 1 เกิดเส้นวิ่งขนานไปกับเส้นสมรส จางๆ ทายว่าคนรักกำลังนอกใจ ตำแหน่งที่ 2 ความรักเริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน หรือคนรู้จัก ตามลักษณะเส้นที่2 เส้นห่างกันไม่มากนัก ให้ทายว่า รู้จักกันมาก่อนประมาณ 2 ปี ตำแหน่งที่ 3 ความรักเริ่มต้นจากการที่ต้องพลัดพรากจากกันด้วยความจำเป็น สุดท้ายแล้วจะได้ครองรักกันอย่างมีความสุข ตำแหน่งที่ 4 ความรักที่ไม่สมหวัง เป็นลักษณะของเส้นสมรสที่ดิ่งลงมาหาเส้นหัวใจ ตำแหน่งที่ 5 ในทางกลับกันกับข้อ 3 ความรักที่หวานชื่น ต้องแยกจากกันด้วยเหตุจำเป็น จนกว่าปลายเส้นจะกลับมารวมกันเป็นปกติ จึงจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ตำแหน่งที่ 6 ความรักที่ราบรื่นมีความสุข ต้องมีอันตายพรากจากกัน อาจโดยการเสียชีวิตของคู่สมรส หรืออาจโดยการอย่าร้าง เลิกราด้วยความสมัครใจ ดูจากลักษณะเส้นที่ขาดจากกันห่างจากเส้นเดิมพอสมควรแสดงว่าจะเกิดเหตุการนี้หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันอย่างน้อย7-8 ปี ตำแหน่งที่ 7 เกิดเกาะเล็กๆ ให้ทายว่า จะได้คนรักที่เคยผ่านการสมรส หรือมีภรรยาหรือสามีมาแล้ว ตำแหน่งที่ 8 เกิดเกาะใหญ่ขี้นบนเส้นสมรส […]

"ตากระตุก'' เวลาไหนร้าย-ดี ตามความเชื่อโบราณ ลางบอกเหตุตากระตุก

“ตากระตุก” เวลาไหนร้าย-ดี ตามความเชื่อโบราณ ลางบอกเหตุตากระตุก

“ตากระตุก” เวลาไหนร้าย-ดี ตามความเชื่อโบราณ “ตากระตุก” เวลาไหนร้าย-ดี ตามความเชื่อโบราณ ลางบอกเหตุตากระตุก ในบทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะพาเพื่อนๆไปเปิดความเชื่อโบราณเกี่ยวกับ “เรื่องตากระตุก หรือ ตาเขม่น” ที่เล่าต่อกันมาช้านานว่า หากตาขวากระตุกร้าย – ตาซ้ายกระตุกดี แต่ทั้งนี้ จะดีหรือร้ายแบบที่เขาว่าจริงอย่างไรนั้น ตามมาพิสูจน์พร้อมกันเลย     เขม่นในตอนเช้า นับจากตื่นนอนใกล้รุ่ง ถ้าเขม่นในตาขวา : จักมีญาติมิตรต่างแดนมาหา ถ้าเขม่นในตาซ้าย : จักมีปากเสียงทะเลาะวิวาท หรือมีเรื่องเดือดร้อนมาสู่ เขม่นในตอนสาย นับจากเวลา 9.00 – 12.00 หรือเที่ยงวัน ถ้าเขม่นนัยน์ตาขวา : ญาติมิตรต่างแดนหรือต่างจังหวัดจะนำลาภมาให้ ถ้าเขม่นนัยต์ตาซ้าย : จะเกิดเรื่องไม่ดีงามภายในครอบครัว     เขม่นในตอนบ่าย  พ้นจากเที่ยงวัน – 16.00 น. ถ้าเขม่นนัยน์ตาขวา : การที่คิดไว้หรือกำลังทำอยู่จะประสบผลสำเร็จ ถ้าเขม่นนัยน์ตาซ้าย : จะมีเพศตรงข้ามกล่าวขวัญถึงหรืออาจมาหา เขม่นในตอนเย็น ตั้งแต่ 17.00 – 19.00 […]

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน ตามความเชื่อชาวล้านนา   แม่มานกับความเชื่อในเรื่องของการกินของชาวล้านนานั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยึดถือปฏิบัติกันมาช้านาน ซึ่งแต่ละข้อห้ามก็ล้วนแล้วแต่มีเหตุผลและส่งผลดีต่อแม่มานด้วยกันทั้งสิ้น      ห้ามกินของร้อนของเผ็ด เพราะคนในสมัยก่อนเชื่อว่าอาหารที่แม่กินหรือดื่มเข้าไป จะไปรดหัวเด็กในท้องให้ร้อน แต่ตาม เหตุผล อาหารทุกอย่างที่แม่กินเข้าไป ลูกในท้องจะได้รับหมด อาหารร้อนและเผ็ดจึงไม่เป็นผลดีต่อทารก      ห้ามกินข้าวอิ่มทีหลังผู้อื่น จะทำให้เกิดยาก ที่จริงคงกลัวว่าหญิงแม่มานจะกินอาหารมากเกินไปทำให้อึดอัดไม่สบาย และอ้วน เกินไปทำให้คลอดยาก เลยให้กิน แต่พอดี แล้วให้ลุกจากวงข้าวไปเสีย หลังจากที่คนอื่นกินอิ่มหมดแล้ว หากรู้สึกหิวจึงค่อยมากินที หลังอีกทีได้ ไม่เป็นไร หัวปลี ห้ามแม่มานกินปลีกล้วยหรือดอกกล้วย ซึ่งคนล้านนาชอบนำมาแกง นำมาต้มจิ้มน้ำพริก และทำห่อหมก เพราะเชื่อว่า รกจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้มีลักษณะเหมือนดั่งปลีกล้วย คือมีปลายแหลม เมื่อเกิดลูก รกจะไม่ยอมออกและจะบินขึ้นข้างบนไปปิด ลิ้นหัวใจ ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต ผักที่เป็นเครือเถา เช่น ผักตำลึง มะระ ยอดฟักทอง เป็นต้น ยกเว้นผักปั๋ง (ผักปลัง) เชื่อว่าผักที่เป็นเครือเถาทั้งหลายมีมือ (เถา) ที่ยึดติดไม้แน่นโยงใย เมื่อแม่มานกินจะทำให้เกิดลูกยาก ติดแน่นอยู่ในท้องไม่ยอมออกโดยง่าย หากต้องกินผักพวกนี้ ต้องเด็ดมือของผักเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน      หอย ห้ามแม่มานกินอาหารประเภทหอยทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้คลอดยากเหมือนกับหอยที่ติดอยู่ในเปลือก และจะทำให้มีกลิ่น คาวมากในเวลาคลอด […]