ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

 

บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อ มาฝากกันเช่นเคย เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมพระสงฆ์ในนิกายมหายานฉันอาหารเจ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ แล้วทำไมพระสงฆ์ในเมืองไทยฉันเนื้อสัตว์ได้ ความเชื่อเรื่องเนื้อสัตว์กับพระสงฆ์ครั้งสมัยโบราณมีการห้ามหรือไม่ ฉันแล้วจะบาปหรือเปล่า

 

สมัยก่อนประเทศจีนพระภิกษุสงฆ์ชอบดื่มเหล้า ฉันเนื้อสัตว์ไม่สำรวมในเพศบรรพชิต แต่ไม่นานเมื่อ ปีพ.ศ.1054 ในรัชสมัยราชวงศ์ซ้อง ฮ่องเต้เหลียงอู่ เมื่อเทียบกับประเทศไทยคงก่อนสมัยราชธานีสุโขทัย พระพุทธศาสนาเจริญมาก พงศาวดารหนานสื่อ กล่าวว่าพระองค์ทรงศึกษาพระสูตรสองเล่ม คือมหาปรินิรวาณสูตร และลังกาวตารสูตร ส่งผลให้พระองค์ศรัทธาการกินเจ และประกาศให้ห้ามกินเนื้อสัตว์ทั่วประเทศ กระทั่งห้ามมิให้หมอหลวงนำส่วนประสมจากสัตว์มาปรุงยารักษาคนไข้ มีการบันทึกว่าในนครหลวงสมัยพระองค์มีวัดวาอารามมากกว่า ห้าร้อยแห่ง เพราะพระองค์ใช้เงินในพระคลังไปกับการสร้างวัดเกือบหมดสิ้น และมีการเกณฑ์ไพร่คนมาบวชพระมากมาย จนมีพระสงฆ์มากกว่าแสนรูปและห้ามพระสงฆ์ฉันเนื้อสัตว์ต้องฉันอาหารเจตั้งแต่สมัยก่อนมาจวบจนวันนี้

 

ความเชื่อเรื่อง ทำไมพระสงฆ์จีน ห้ามฉันเนื้อสัตว์

 

มีการนำสีมาใช้บนสัญลักษณ์ธงเจมีสีเหลือง เพราะสมัยก่อนความเชื่อคนจีนจะใช้สีเหลืองกับพิธีศักดิ์สิทธิ์ พิธีกรรมที่ใช้การร่ายเวทย์มนต์ การขบเป่าสิ่งชั่วร้าย ฉะนั้นคนจีนโบราณเชื่อว่าสีเหลืองจะขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไปจากคนที่ร่วมพิธีกินเจ นอกจากนี้สีเหลืองเองคือสีที่เป็นตัวแทนแห่งอำนาจ ดังนั้นสีเหลืองยังใช้กับราชวงศ์ชนชั้นกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแต่งกายฮ่องเต้จีนโบราณ และเครื่องใช้ในราชสำนักจะใช้สีเหลืองทั้งสิ้น การใช้สีเหลืองประดับบนธงเล็ก ๆ เป็นเครื่องแสดงว่าคนที่กินเจเป็นคนชั้นสูงน่ายำเกรง ไม่นานมีการนำสีแดง หมึกแดงคนจีนโบราณนำมาเขียนเป็นตัวอักษรจีนแปลว่า เจ สีแดงในความเชื่อคนจีนโบราณว่าเป็นสีมงคล จะพบว่าในงานมงคลคนจีนจะใช้สีแดงทั้งสิ้น เพราะสีแดงเป็นสีที่ฉูดฉาด คนเห็นจะมีความรู้สึกกระตือรือร้น กระตุ้นความสนใจที่อยากจะเข้าร่วมพิธีกินเจ

 

พระสงฆ์จีนที่เพิ่งบวชจะฉันสามมื้อ เพราะยังไม่คุ้นชินกับการบวชและอาหารเจจะทำให้หิวเร็ว แต่บางรูปที่บวชมานานจะฉันสองมื้อแบบพระสงฆ์ไทย การบวชพระสงฆ์จีนมีกฎเกณฑ์ว่าต้องบวชตลอดชีพเพราะการตัดสินใจเข้าสู่เพศบรรพชิตแล้วห้ามกลับใจลาสึกแบบพระสงฆ์ไทย

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

เครดิต : thaiza.com

ภาพ : Pixabay.com

เรื่องน่าสนใจ

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก

ความเชื่อ ห้ามเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก   คุณเคยได้ยินความเชื่อเกี่ยวกับใบพลู บ้างหรือเปล่า แน่นอนว่าความเชื่อเหล่านี้มักมีความเกี่ยวข้องกับคนที่เล่นของ หรือ ถือวิชาอาคมนั่นเอง โดยในสมัยโบราณนั้นมีข้อห้ามเกี่ยวกับเรื่องของ “พลู” ที่ว่า “ห้ามคนเล่นของเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออก” ด้วยเหตุใดจึงมีข้อห้ามเช่นนี้ นั่นอาจเป็นคำถามที่รอคำตอบเช่นกัน สาเหตุที่ห้ามคนเล่นของเคี้ยวใบพลู โดยไม่เด็ดปลายออกก็เพราะว่า ตำนานขุนหลวงวิรังคะเจ้าและพระนางจามเทวี  พ่อขุนหลวงวิรังคะ เป็นผู้ทรงพลังและชำนาญในการพุ่งเสน้า (เสน้า หมายถึง หอกด้ามยาวมีสองคม) ขุนหลวงพุ่งเสน้าครั้งแรกตกที่นอกกำแพงเมืองหริภุญไชยด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบันเรียกว่า.. ” หนองเสน้า ” พระนางจามเทวีเห็นว่าจะเป็นอันตรายยิ่ง ถ้าขุนหลวงวิรังคะพุ่งเสน้ามาตกในกำแพงเมืองตามสัญญา พระนางจึงใช้วิชาคุณไสย์กับองค์ขุนหลวงวิรังคะ โดยการนำเอาเศษพระภูษาของพระนางมาทำเป็นหมวกสำหรับผู้ชาย นำเอาใบพลูมาทำหมากสำหรับเคี้ยวโดยเอาปลายใบพลูมาจิ้มเลือดประจำเดือนของพระนาง แล้วให้ทูตนำของสองสิ่งนี้ไปถวายแด่องค์ขุนหลวง เมื่อองค์ขุนหลวงได้รับของฝากจากพระนางเป็นที่ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง นำหมวกใบนั้นมาสวมลงบนศีรษะ และกินหมากที่พระนางทำมาถวาย ซึ่งของทั้งสองสิ่งนี้ชาวล้านนาถือว่าเป็นของต่ำ ทำให้อำนาจและพลังของขุนหลวงเสื่อมลง เมื่อพุ่งเสน้าอีกครั้งต่อมาแรงพุ่งลดลงเสน้ามาตกที่บริเวณเชิงดอยสุเทพ ชาวบ้านเรียกว่า ” หนองสะเหน้า ” เช่นเดียวกัน ขุนหลวงเมื่อเสื่อมวิทยาคุณเช่นนั้น ก็หนีออกจากบ้านเมืองไป….     ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว […]

คำว่าแต๊ะเอียกับความเชื่อชาวจีน และประวัติความเป็นมา

คำว่าแต๊ะเอียกับความเชื่อชาวจีน และประวัติความเป็นมา

คำว่าแต๊ะเอียกับความเชื่อชาวจีน   ธรรมเนียมชาวจีนโบราณเมื่อเทศกาลตรุษจีนจะมอบเงินแต๊ะเอียให้ลูกหลานไว้ทำอะไร เพื่ออะไร สมัยก่อนมีการมอบอย่างไร สำคัญไฉนเป็นความเชื่อหรือกลอุบายบทความนี้ เลขเด็ดออนไลน์ จะอธิบายประวัติความเป็นมา วันที่หนึ่งเดือนหนึ่งตามปฏิทินจันทรคติของชาวจีนโบราณหรือที่ออกเสียงเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วว่าชิวอิกคือวันขึ้นปีใหม่จีน ชาวไทยรู้จักกันและเรียกว่าวันเที่ยว วันนี้สมัยโบราณลูกหลานที่อยู่ไกลจะเดินทางมารวมญาติกัน สังสรรค์พบปะพูดคุยคล้ายกับประเพณีสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ไทยนั่นเอง แล้วสิ่งหนึ่งที่จะทำตามธรรมเนียมความเชื่อคือผู้ใหญ่จะนำเหรียญสตางค์ที่มีรูร้อยเชือกเรียงกันประมาณสี่ห้าเหรียญหรือมากน้อยตามฐานะการเงินแต่ละคน มอบให้เด็กแล้วเด็กจะนำมาห้อยไว้ที่เอว เหรียญสตางค์ที่ว่าคล้ายเหรียญหนึ่งสตางค์ไทย การห้อยติดภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่า แต๊ะ เอวแปลว่าเอีย ออกเสียงชัด ๆ สำเนียงจีนแต้จิ๋วต้องขยับมุมปากออกไปเล็กน้อย เป็นที่มาว่าการทำแบบนี้คือการแต๊ะเอีย โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กนำเงินนั้นไปเป็นเงินเก็บออมสะสมไว้ใช้เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใดสะสมได้มากกว่าเงินแต๊ะเอียมีหลายพวงเป็นการสะท้อนว่าเด็กมีวินัยทางการเงิน จะได้รับการสรรเสริญจากผู้ใหญ่และเป็นแบบอย่างแก่เด็กคนอื่น ๆ คือความเชื่อที่สืบทอดกันมาว่าวินัยทางการเงินบุคคลใดคือวินัยที่แท้จริงคน ๆ นั้น กล่าวคือบุคคลที่เก็บเงินได้มากคือคนเก่ง ฤาจะเป็นเพราะเหตุนี้ชาวไทยที่มีนิสัยฟุ่มเฟือยมองชาวจีนรุ่นก่อนว่ามีนิสัยขี้เหนียว   กาลเวลาเปลี่ยนไปเงินย่อมมีค่าเปลี่ยนตาม วิวัฒนาการมอบเหรียญเริ่มเปลี่ยนเป็นธนบัตร แต่อุบายชาวจีนโบราณคิดว่าการมอบธนบัตรไม่มีความพิเศษกว่าวันอื่น ปราชญ์ชาวจีนท่านหนึ่งมีความคิดว่าเทศกาลตรุษจีนชาวจีนจะนำสีแดงมาตกแต่งร้านค้า ที่อยู่อาศัยเพื่อความเป็นมงคลอยู่แล้ว ทำไมไม่นำธนบัตรมาใส่ซองสีแดงแล้วมอบให้กันในวันตรุษจีนแทนการมอบเหรียญสตางค์ที่มีรูร้อยเชือกเรียงกัน เป็นการแต๊ะเอียเป็นที่มาของคำว่าอั่งเปา อังเป็นภาษาจีนแต้จิ๋วแปลว่า แดง เปาแปลว่าการห่อ ออกเสียงว่าอั่งเปา แปลรวมว่าห่อแดงหรือซองสีแดง สมัยก่อนการมอบเงินแต๊ะเอียผู้มอบจะเป็นผู้ใหญ่มอบให้เด็กเท่านั้น แต่สมัยต่อมาลูกหลานที่มีฐานะการเงินจะมอบเงินอั่งเปาให้ผู้ใหญ่ที่มีอายุแล้วไม่ได้ทำงานมีรายได้ เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว การมอบจะให้ลูกหลานนำไปมอบให้คนสูงอายุเป็นการปลูกฝังให้ลูกหลานตนรักกตัญญูรู้คุณผู้ใหญ่ แต๊ะเอียหรืออั่งเปาคืออุบายให้เด็กมีวินัยทางการเงินของชาวจีนโบราณเพราะการได้เงินมา เด็กบางคนนำไปใช้จ่ายแล้วหมดไป ขณะที่บางคนนำมาใช้บางส่วนแล้วเก็บออมไว้บางส่วน พฤติกรรมที่แสดงออกกระทั่งเกิดการเปรียบเทียบกันระหว่างเด็ก จะเกิดการแข่งขันกันเก็บเงินจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ดูดวงฟรี     ติดตามอ่านความเชื่อ […]

จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ยเสริมดวงให้ร่ำรวย  วางตู้ปลาตรงไหนดีของบ้าน  ฮวงจุ้ย เลี้ยงปลากี่ตัว

จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ยเสริมดวงให้ร่ำรวย  วางตู้ปลาตรงไหนดีของบ้าน  ฮวงจุ้ย เลี้ยงปลากี่ตัว

จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ยเสริมดวงให้ร่ำรวย จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ยเสริมดวงให้ร่ำรวย  วางตู้ปลาตรงไหนดีของบ้าน  ฮวงจุ้ย เลี้ยงปลากี่ตัว จัดตู้ปลาตามฮวงจุ้ยเสริมดวงให้ร่ำรวย ตามความเชื่อของชาวจีนหมายถึง ศาสตร์ของการจัดที่อยู่อาศัย ที่อาศัยความสัมพันธ์ของธาตุทั้งสี่ นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เชื่อกันว่าหากจัดบ้านให้ถูกต้องตามโฉลกแล้ว จะช่วยเสริมส่งให้เจ้าของบ้านเจริญรุ่งเรือง มีเงินทองไหลมาเทมา ปราศจากพลังร้ายทั้งปวง นอกจากการจัดวางสิ่งของทั่วไปภายในบ้านแล้ว สิ่งหนึ่งที่บ้าน และบริษัทต่าง ๆ นิยมใช้เพื่อตกแต่ง และผ่อนคลายสายตา ก็คือ ตู้ปลาหรือบ่อเลี้ยงปลานั่นเอง การจัดตู้ปลาให้ถูกหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดเงินเข้าบ้าน ให้ผู้อยู่อาศัยเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยยิ่งๆ ขึ้นไป สาเหตุเรื่องความเชื่อในการเลี้ยงปลา หรือ วางตู้ปลาในบ้านนั้น จริงๆคงมาจากความเชื่อทางด้านโชคลาภการเงิน เพราะในศาสตร์ฮวงจุ้ย “น้ำ” มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินทองเสมอ หรือแม้แต่การสลายพลังที่ไม่ดีก็มักจะใช้การเคลื่อนไหวของน้ำมาเป็นตัวปิดกั้นและสลายมันทิ้งไป ซึ่งชาวจีนหรือคนส่วนใหญ่นิยมส่วนมากมักแนะนำให้เจ้าของบ้านวางตู้ปลา อ่างน้ำตก อ่างน้ำวน ต่างๆ ตามตำแหน่งที่คิดว่าเป็นโชคลาภ เพื่อกระตุ้นการเงินให้ไหลเข้ามามากขึ้น ซึ่งหลักการกว้างๆและข้อควรรู้ในการตั้งตู้ปลาตามฮวงจุ้ยมีดังนี้   1. รูปร่างของตู้ปลา ลักษณะของตู้ปลาที่ดี ควรเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมยาว เป็นธาตุไม้ เชื่อว่าจะส่งเสริมให้เจ้าของบ้านเจริญก้าวหน้า เพราะน้ำจะช่วยให้ไม้เติบโต หรือว่าจะเลือกเป็นทรงกลมก็เป็นมงคลเช่นกัน เพราะทรงกลมจัดว่าเป็นธาตุน้ำ […]

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและ เหนื่อยตลอดเวลาทั้งที่ได้นอนเต็มอิ่ม !!

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและ เหนื่อยตลอดเวลาทั้งที่ได้นอนเต็มอิ่ม !!

6 สาเหตุที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้า   หลังจากดื่นนอนตอนเช้า คุณมักจะมีอาการอ่อนเพลีย และล้าหรือปวดตามร่างกาย ทั้งที่คุณนอนพักผ่อนเพียงพอ วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้มาให้สาเหตุของอาการเหล่านี้กันค่ะ ว่าเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง เพื่อหาวิธีแก้ไขอย่างถูกวิธีนะ   1. ดื่มน้ำเปล่าไม่เพียงพอ/ต่อวัน ในหนึ่งวันหากร่างกายขาดน้ำเป็นปริมาณมาก จะทำให้เลือดไหลเวียนช้าลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น เพราะฉะนั้นที่คุณรู้สึกเหนื่อยเพลียเนื่องจากการไหลเวียนของเลือดกระจายตัวได้ไม่เต็มที่ หัวใจสูบฉีดเลือดทำงานได้ไม่เต็มร้อยนั่นเอง รวมทั้งความเร็วที่ออกซิเจน และสารอาหารจะเข้าถึงกล้ามเนื้อและอวัยวะส่วนต่างๆ ก็ลดลงไปด้วย ทางที่ดีในหนึ่งวันคุณควรดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ไม่เพียงแต่ทำให้เลือดเจือจางและไหลเวียนดีขึ้น แต่ผิวพรรณจะแลดูสุขภาพดี ดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นด้วย   2. คุณบริโภคธาตุเหล็กน้อยเกินไป อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกเหนื่อย เพลียง่าย และอาจทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจ โมโหง่าย อ่อนแอ ป่วยง่าย และมีอาการไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เป็นเวลานานๆ ร่วมตามไปด้วย เนื่องจากออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ ไม่เพียงพอ ขอแนะนำว่าคุณควรบริโภคธาตุเหล็กอย่างน้อย 1 ใน 4 ของอาหารที่คุณทานต่อวัน เพื่อช่วยให้ร่างกายคุณมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น ช่วยคิดและจดจำสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้น ต่อต้านการเจ็บป่วยและลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง   ธาตุเหล็กมักพบอยู่ในอาหารจำพวก เนื้อ […]