จริงหรือ !! โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

โบราณว่า ชายหญิงควรมีเพศสัมพันธ์กันวันไหน แล้วจะดี

 

บทความนี้ ทางเลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราวความเชื่อโบราณ มาฝากกัน คุณคงทราบดีแล้วว่าคนโบราณห้ามมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เพราะคือวันสำคัญที่ชาวพุทธจะต้องสำรวมจิตใจ ระลึกคุณพระรัตนตรัย ทำความดีละเว้นความชั่ว และคนสมัยก่อนจะสร้างอุบายห้ามมิให้ชายหญิงที่แต่งงานกัน รวมทั้งพวกลักลอบมีเพศสัมพันธ์กันในวันพระ เชื่อว่าจะบาป มีมลทินติดตัว แล้วคุณสงสัยไหมว่าคนสมัยก่อนจะให้มีอะไรกันได้ในวันไหน ไปดูกัน..

 

คืนข้างขึ้นพระจันทร์เต็มดวง คืนวันพระจันทร์เต็มดวงคนไทยสมัยก่อนเชื่อว่ามีอำนาจลึกลับ และแรงดึงดูดอะไรบางอย่างที่กระตุ้นสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจคน ให้ระอุออกมา สิ่งที่ว่าคือความรุนแรง การเข่นฆ่า อาชญากรรม และตัณหา ราคะ ซึ่งข่าวการฆาตกรรม ข่มขืน ปล้นฆ่า ส่วนใหญ่เมื่อตรงวันพระจันทร์เต็มดวงจะสำเร็จ ฉะนั้นคนเฒ่าคนแก่จะแนะนำให้ชายหญิงที่แต่งงานกันแล้วมีเพศสัมพันธ์กัน

 

วันสมสู่ คนสมัยก่อนจะเรียกคืนวันส่งตัวที่โหรหาฤกษ์แต่งงานให้บ่าวสาวว่าคือฤกษ์สมสู่ ความหมายในวันสมสู่จะหมายความว่าวันที่เหมาะสมจะหนุ่มสาวควรมีเพศสัมพันธ์กัน เพราะโหรจะหาวันเวลาที่ดวงฝ่ายชายฝ่ายหญิงแต่งงานกันแล้วจะอยู่ครองคู่อยู่กันนาน ๆ โหรจะคำนวณคืนสมสู่ไปพร้อม คนโบราณแนะนำวันเวลาที่ว่าเหมาะกับหนุ่มสาวคู่อื่นด้วย ฉะนั้น วันที่คุณไปงานแต่งงานเพื่อน ญาติพี่น้องใครที่แต่งงาน คืนที่กลับมาคือคืนที่คนโบราณแนะนำให้มีเพศสัมพันธ์กัน

วันจันทร์ ตำราโหราจารย์สมัยโบราณจะใช้อิทธิพลดาวจันทร์ในการกำหนดพิธีกรรมเรื่องความรัก เช่น คืนไปหาและปลุกเสกน้ำมันพราย คืนวันทำเสน่ห์ เพราะดาวจันทร์ที่คนสมัยก่อนแทนด้วยวันจันทร์ คนโบราณจะแนะนำว่าคือวันที่เหมาะสมที่หนุ่มสาวจะมีเพศสัมพันธ์กัน

 

          สรุป : เรื่องเพศสัมพันธ์ คือสิ่งที่มนุษย์ตั้งแต่สมัยก่อนให้ความสำคัญ และควรหาวันคืนที่เหมาะสม ฉะนั้นวันทั้งสามที่ระบุไว้ข้างต้นคือวันที่หนุ่มสาวมีเพศสัมพันธ์กันได้ แต่ระวังไว้สำหรับผู้ที่คิดจะชิงสุกก่อนห่าม ควรเลี่ยง เงื่อนไขคนโบราณระบุชัดวันทั้งสามข้างต้นห้ามตรงกับวันพระ ตามปฏิทินจันทรคติไทยเฉลี่ยตรงกับข้างขึ้นในแต่ละเดือนมีสิบห้าวัน มีวันจันทร์ไม่น้อยกว่าสี่วัน การมีเพศสัมพันธ์แต่ละครั้งควรระวังเรื่องความปลอดภัยและศีลธรรม

 

 

 

ติดตามอ่านความเชื่อ และคำทำนายแม่นๆแบบนี้ได้ใหม่ที่ www.lekdedonline.com

เลขเด็ดออนไลน์ ตรวจผลหวยรัฐบาล หวยลาว หวยฮานอย หวยมาเลย์ แนวทางหวย รวบรวมทุกอย่างครบจบในเว็บเดียวเพื่อความสะดวกสบาย และยังมี วิธีการขอหวย สถานที่ขอหวยที่ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศไทยรวบรวมมให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาอ่านศึกษากันอย่างครบครัน แนวทางที่ทางเว็บเรานำมาแบ่งปันให้คนรักหวยได้ชม.

*** ดวงรายวัน เลขเด็ดมงคล เลขมงคล เลขเสี่ยงทาย ดูดวงจากตัวเลข ทำนายฝัน ***

ต้องที่นี่ >>> เลขเด็ดออนไลน์ <<<

 

 

 

เครดิต : thaiza.com

ภาพ : Pixabay

เรื่องน่าสนใจ

นาทีนี้.. ไม่มีใครไม่รู้จัก เปิดความเชื่อและความศรัทธา "ไอ้ไข่" วัดเจดีย์ !!

นาทีนี้.. ไม่มีใครไม่รู้จัก เปิดความเชื่อและความศรัทธา “ไอ้ไข่” วัดเจดีย์ !!

เปิดความเชื่อและความศรัทธา “ไอ้ไข่” วัดเจดีย์ ความเชื่อและความศรัทธาในแต่ละพื้นที่ แต่ละภูมิภาคในประเทศไทยนั้นมีมากมายหลายแบบแตกต่างกันไป ซึ่งความเชื่อและความศรัทธาล้วนแล้ว แต่มีประวัติความเป็นมาแทบทั้งสิ้น ดังเช่น วัดเจดีย์ไอ้ไข่ อำเภอ สิชล จังหวัด นครศรีธรรมราช จากเรื่องราวเสียงที่ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ ขออะไรก็ได้สมหวังทุกอย่าง รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 9 -10 ขวบ ตั้งอยู่ในศาลาในวัดเจดีย์ ที่เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่ ณ วัดแห่งนี้เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่ในละแวกใกล้วัดไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้จากศรัทธาที่เชื่อกันว่า “ขอได้ไหว้รับ” โดยเฉพาะโชคลาภ และการค้าขาย     วัดเจดีย์ก็ไม่แตกต่างกับวัดทั่ว ๆ ไปในประเทศไทยแต่สิ่งที่แปลก และเป็นที่เคารพศรัทธา นับถือ ของชาวบ้านในละแวกนั้นและผู้คนทั่วสาระทิศ คือ ไอ้ไข่ มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า สถานที่ตั้งวัดเจดีย์ปัจจุบันนั้นเมื่อก่อนได้มี หลวงปู่ทวดซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ดังสายปักษ์ใต้ได้มาปักกลด เดินธุดงค์อยู่บริเวณนั้น ส่วนไอ้ไข่นั้นเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9 – 10 ขวบเป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด   เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงสถานที่ดังกล่าวกลับพบว่ามีทรัพย์สมบัติ และ ศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้ให้ ไอ้ไข่ สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว วิญญาณดวงนี้จึงเฝ้าดูแลปกปักษ์รักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน อยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา และหมู่บ้านนั้นภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “หมู่บ้านโพธิ์เสด็จ” จวบเท่าปัจจุบัน วัดเจดีย์เมื่อก่อนเป็นวัดที่รกร้างมาประมาณ 1,000 ปี แล้ว ได้บูรณะใหม่เมื่อปี […]

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต

ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต   วันนี้ เลขเด็ดออนไลน์ ได้นำเรื่องราว เกี่ยวกับ “ความเชื่อโบราณเรื่อง ดาบเพชฌฆาต” มาให้ได้อ่านกัน การประหารชีวิตสมัยก่อนจะใช้การตัดคอเป็นหลัก และดาบเป็นอาวุธที่เพชฌฆาตใช้ มีการลือกันว่าดาบที่ว่า มีความสะพรึงกลัวแฝงอยู่ และมีความเชื่อมากมายที่คนรุ่นใหม่ไม่ทราบ ดาบเพชฌฆาตมาจากไหน ทำอย่างไร.. ตามตำนานความเชื่อโบราณว่าดาบเพชฌฆาตที่ใช้ประหารชีวิตนักโทษเด็ดขาดทำมาจากเหล็กเนื้อดีนำมาไล่ขี้ควายออกแล้วหลอมกันเป็นก้อนผสมด้วยเหล็กจากบ่อพระแสง ที่คนโบราณเรียกกันว่า เหล็กน้ำพี้ เหล็กน้ำพี้คือเหล็กที่มีส่วนผสมโลหะธาตุที่มีคุณสมบัติพิเศษคือจะควบคุมเนื้อเหล็กธรรมดาให้ความคงทนแข็งแกร่งไม่มีสนิม ทนทานต่อการฟันของหนาๆ ยามที่ปะทะสิ่งคมจะมีประกาย เป็นการข่มขวัญศัตรู สำหรับการทำดาบเพชฌฆาต ความเชื่อคนโบราณว่าต้องยึด ฤกษ์เพชฌฆาต เป็นสำคัญ ส่วนการตีดาบให้ได้รูปลักษณ์ที่ต้องการและคม คติความเชื่อคนโบราณว่าต้องใช้ฤกษ์ยามยมขันธ์เป็นหลัก   ธรรมเนียมไทยสำหรับดาบเพชฌฆาตในพิธีประหารชีวิตมีสองดาบคือ ดาบหนึ่ง และดาบสอง กล่าวคือเพชฌฆาตมีสองคน เพชฌฆาตดาบหนึ่งคนหนึ่ง จะกำดาบมีความสั้นกว่าดาบสอง แต่ใบดาบจะกว้างกว่าดาบสอง ที่สันดาบจะหนาไม่เกินหนึ่งเซนติเมตร ส่วนด้ามดาบจะรัดเหล็กรัด ใช้เชือกด้ายดิบสอยหุ้ม สลักลวดลายรัดกุมเพื่อให้จับได้กระชับ ผู้ทำจะลงรักและยางไม้เพื่อรักษาดาบหนึ่งให้คงทนต่อการใช้งาน เนื่องจากดาบหนึ่งจะต้องลงตัดที่ท้ายทอยนักโทษประหารฉะนั้น สภาพควรมีน้ำหนักไปทางโคนดาบให้ได้ดุล สภาพดาบปลายจะโค้งลง แล้วงอนขึ้น ดาบสอง ใบดาบจะยาวกว่าดาบหนึ่งเพราะเป็นดาบที่ต้องฟันตามเพชฌฆาตดาบที่หนึ่งกรณีฟันคอไม่ขาด ใบดาบสองมีลักษณะเรียวคล้ายดาบที่นักรบไทยสมัยโบราณทั่วไปใช้รบทัพจับศึก ปลายดาบเฉียงต่ำรับกับความโค้งใบดาบด้านล่าง สันดาปบาง   ธรรมเนียมปฏิบัติตั้งแต่สมัยโบราณห้ามผู้ใดแตะต้อง และทุกวันเสาร์จะเพชฌฆาตทั้งสองดาบจะนำเหล้าและไก่ต้มเป็นมีการเซ่นสังเวย แต่ที่สร้างความสะพรึงกลัวคือมีความเชื่อคนโบราณลือว่า จะต้องมีพิธีประหารชีวิตนักโทษทุกครั้งเมื่อดาบทั้งสองเล่มสั่นได้เองเหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่า ไม่นานจะมีพิธีประหารชีวิต […]

ฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น..ตำนานที่น่าสะพรึงกลัว

ฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น..ตำนานที่น่าสะพรึงกลัว

ฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น..ตำนานที่น่าสะพรึงกลัว   ฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น..ตำนานที่น่าสะพรึงกลัว “อิน จัน มั่น คง”เพื่อให้วิญญาณคอยเฝ้ารักษาป้องกันภัย ตลอดไป.. บันทึกตามตำนาน อิน จัน มั่น คง ได้เผยเรื่องราวที่เล่าสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โบราณถือว่าพิธีสร้างพระนครหรือสร้างบ้าน สร้างเมือง ต้องฝังอาถรรพ์ ๔ประตูเมือง ต้องฝังเสาหลักเมือง การฝังเสาหลักเมืองและเสามหาปราสาท ต้องเอาคนที่มีชีวิตทั้งเป็น ลงฝังในหลุม เพื่อให้เป็นผู้เฝ้าทวารมหาปราสาทบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรูมิให้มีโรคภัย ไข้เจ็บเกิดแก่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ผู้ครองนครบ้านเมือง ในการทำพิธีกรรมดังกล่าว ต้องเอาคนที่ชื่อ อิน จัน มั่น คง มาฝังลงหลุม จึงจะศักดิ์สิทธิ์และขณะที่นายนครวัดเที่ยวเรียกชื่อ อิน จัน มั่น คง ไปนั้น ใครโชคร้ายขานรับขึ้นมาก็จะถูกนำตัวไปฝังในหลุม หลุมเสาหลักเมืองนั้น จะผูกเสาคานใหญ่ชักขึ้นเหนือหลุมนั้นในระดับสูงพอสมควร โยงไว้ด้วยเส้นเชือกสองเส้นหัวท้ายให้เสาหรือซุงนั้นแขวนอยู่ตามทางนอนเหมือนอย่างลูกหีบ ครั้นถึงวันกำหนดที่จะกระทำการอันทารุณนี้ ก็เลี้ยงดูผู้เคราะห์ร้ายให้อิ่มหนำสำราญแล้ว แห่แหนนำไปที่หลุมนั้น พระเจ้าแผ่นดินมีรับสั่งให้บุคคลทั้งสามนั้นเฝ้าประตูเมืองไว้ด้วย และให้เร่งแจ้งข่าวให้รู้กันทั่ว เมื่อคนมาชุมนุมกันเขาก็ตัดเชือกปล่อยให้เสาหรือซุงหล่น ลงมาบนศีรษะผู้เคราะห์ร้าย ผู้ตกเป็นเหยื่อของการถือโชคถือลางนั้น บี้แบนอยู่ในหลุม     โดยคนไทยโบราณเชื่อว่าผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้จะกลายสภาพเป็นอารักษ์จำพวกที่เรียกว่า ผีราษฎร […]

ส่องเลข 3 ตะเคียนพ่อแม่ลูกเฮี้ยน แสดงอภินิหาร สิงร่างคน

ส่องเลข 3 ตะเคียนพ่อแม่ลูกเฮี้ยน แสดงอภินิหาร สิงร่างคน

3 ตะเคียนพ่อแม่ลูกเฮี้ยน แสดงอภินิหาร สิงร่างคน 3 ตะเคียนพ่อแม่ลูกเฮี้ยน แสดงอภินิหาร สิงร่างคนตะโกนลั่นถ้าแยกกัน ไม่ไป   เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 63 นายวชิระ คมขำ นายกสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้ จ อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า หลังพบต้นตะเคียน 3 ต้น บริเวณริมแม่น้ำน่าน เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อภินิหาร 3 ต้นตะเคียน จมอยู่กลางแม่น้ำน่าน จุดธูป 9 ดอก ลอยขึ้นมาเอง พอชาวบ้านทราบข่าวก็นำ ผ้า 7 สี 8 วา มามัดไว้ที่ปลายต้นตะเคียนพร้อมมาลัย 7 สี ซึ่งในวันนี้ได้มีประชาชน กว่า 500 คน มาร่วมอัญเชิญต้นตะเคียน 3 ต้น พ่อแม่ลูก     […]